เกี่ยวกับเรา
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม เดิมตั้งอยู่ที่อาคารขุนประสมคุรุการ (อาคารวังแดง) ซึ่งเป็นอาคารเรียนถาวรหลังแรกของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2467 ลักษณะอาคารเป็นอาคารชั้นเดียว สร้างด้วยไม้ตะเคียน ขนาด 5 ห้อง ใต้ถุนสูง หลังคามุงสังกะสี ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 5,000 บาท ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2545 ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรูญ ถาวรจักร ตำแหน่งอธิการบดีขณะนั้น ได้ดำเนินการบูรณะอาคารขุนประสมคุรุการครั้งใหญ่ เพื่อจัดสร้างเป็นหอประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยในขณะดำเนินการก่อสร้าง มหาวิทยาลัยได้จัดห้องเรียน อาคาร 15 เป็นสำนักงานชั่วคราวของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2551 สำนักศิลปะและวัฒนธรรมได้ย้ายมายังบริเวณชั้นล่างของอาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ (เดิม) และในเดือนมีนาคม พ.ศ.2553 มีการก่อสร้างอาคารสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เป็นอาคารเอกเทศ ขนาด 2 ชั้น ตั้งอยู่ติดกับคณะวิทยาการจัดการ ตรงข้ามกับศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ซึ่งใช้เป็นสำนักงานของสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน
สำนักศิลปะและวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานราชการ สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีฐานะเทียบเท่าคณะ รับผิดชอบด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาของท้องถิ่นและของชาติ
ปัจจุบัน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 58/9 ถนนทหาร อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000 โทร 042 211040 ต่อ 5661-5662 โทรสาร 042 241418
วิสัยทัศน์
“เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานและต่อยอดอย่างยั่งยืน”
OAC: The Office of Arts and Culture
O: Opportunity (โอกาส : การสร้างโอกาสให้ท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนโดยร่วมทำงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย)
A: Appreciation (การเล็งเห็นคุณค่า : การตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม ปฏิบัติงานในองค์กรด้วยความสุข มีความสมัครสมานสามัคคี ปกป้องและรักองค์กร)
C: Creativity (คิดอย่างสร้างสรรค์ : การสร้างมูลค่าตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดการสืบสาน บูรณาการศาสตร์ด้านศิลปวัฒนธรรมต่อยอดสู่ชุมชน)
วัฒนธรรมองค์กร
การตระหนักรู้ถึงการปรับพฤติกรรมที่ปฏิบัติร่วมกัน ให้เกิดเป็นค่านิยมในการปฏิบัติงานที่อยู่ในตัวเราด้วยการคิดอย่างสร้างสรรค์ (Creativity) ตระหนักในคุณค่า (Appreciation) และเพื่อการสร้างโอกาส (Opportunity) ทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดอย่างยั่งยืน
พันธกิจ (Mission)
- ศึกษา วิจัย ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นในระดับชาติ และนานาชาติ เพื่อชุมชนตระหนักถึงคุณค่าสู่การสร้างมูลค่า
- อนุรักษ์และบูรณาการองค์ความรู้ ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น
- เป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์สารสนเทศด้านศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ตราประจำสำนักศิลปะและวัฒนธรรม
ออกแบบโดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์
ประวัติความเป็นมา
พ.ศ. 2503 – 2507
กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูอุดรธานี เป็นวิทยาลัยครูอุดรธานี เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 จนถึงปี พ.ศ. 2507 ในห้วงเวลานี้แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดภาระงานด้านศิลปวัฒนธรรมในแผนปฏิบัติงานอย่างชัดเจน แต่วิทยาลัยครูอุดรธานีปฏิบัติงานด้านอนุรักษ์ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ในฐานะเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูงของจังหวัด
พ.ศ. 2508
สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พุทธศักราช 2518 สาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดหน้าที่ของวิทยาลัยครูไว้ 5 ประการ หน้าที่หนึ่งในห้าประการได้แก่ “ส่งเสริม และเผยแพร่วัฒนธรรม”
พ.ศ. 2519
กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ วิทยาลัยครูอุดรธานี และวิทยาลัยครูทั่วประเทศ เป็นหน่วยประเคราะห์ของศูนย์ชุมนุมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย กองวัฒนธรรม กรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารวิทยาลัยครูได้มอบให้ อาจารย์ชาญวิทย์ มั่นคง อาจารย์สอนวิชาศิลปศึกษาร่วมกับอาจารย์ และนักศึกษาที่เรียนทางด้านศิลปะเก็บรวบรวมงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอีสานไว้ ณ อาคารขุนประสมคุรุการ (อาคารวังแดง) ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกและในเวลาต่อมาได้จัดตั้งเป็นหอศิลปะพื้นบ้าน
พ.ศ. 2522
วิทยาลัยครูอุดรธานีได้ปรับปรุงหอพักนักศึกษา (หอเขียว) เป็นอาคารเรียนหมวดวิชาศิลปศึกษา แต่ยังคงเก็บรักษางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านไว้ที่อาคารขุนประสมฯ ซึ่งเป็นหอศิลปะพื้นบ้าน ต่อมาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมขึ้นที่อาคารขุนประสมฯ โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” อาจารย์ชาญวิทย์ มั่นคง หัวหน้าหมวดวิชาศิลปศึกษาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์คนแรก
พ.ศ. 2523
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้ขยายงานด้านวัฒนธรรมโดยการเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมจังหวัด โดยให้ตั้งที่ทำการศูนย์ในจังหวัดที่มีวิทยาลัยครู ส่วนจังหวัดที่ไม่มีวิทยาลัยครูให้จัดตั้งที่ทำการในโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดหรือสถานศึกษาอื่นตามความเหมาะสม วิทยาลัยครูอุดรธานีจึงเป็นที่ตั้งของศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี เริ่มจาก พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา ที่ทำการของศูนย์ตั้งอยู่ที่อาคารขุนประสมคุรุการ ปัจจุบันเป็นหอประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี (วังแดง)
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการวัฒนธรรมประจำจังหวัดอุดรธานีมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธาน โดยตำแหน่งและหัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานีเป็นเลขานุการ
พ.ศ. 2525
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดแทนศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมจังหวัด
พ.ศ. 2530
มีการแบ่งส่วนราชการภายในวิทยาลัยครูตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู ฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2527 ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่วนราชการประกอบด้วย คณะวิชา ศูนย์และสำนัก มีฐานะเทียบเท่ากัน ศูนย์ และสำนักตามพระราชบัญญัตินี้ได้แก่ สำนักกิจการนักศึกษาสำนักส่งเสริมวิชาการ สำนักวางแผนและพัฒนา ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการและศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ตำแหน่งผู้บริหารของศูนย์เรียกว่า “หัวหน้าศูนย์”
พ.ศ. 2531
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมได้ขอจัดตั้งหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี ภายใต้ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี คณะกรรมการดำเนินงานเป็นคณะกรรมการชุดเดียวกับคณะกรรมการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานีและศูนย์ศิลปวัฒนธรรมวิทยาลัยครูอุดรธานี
พ.ศ. 2534
เปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้บริหารจาก “หัวหน้าศูนย์” เป็น “ผู้อำนวยการศูนย์”
พ.ศ. 2535
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบัน ราชภัฏ” ให้แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ในการผลิตบัณฑิตสาขาวิชาต่างๆ นอกเหนือจากสาขาวิชาการศึกษา (ครุศาสตร์) วิทยาลัยครูอุดรธานีจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันราชภัฏอุดรธานี”
พ.ศ. 2546
มีการแบ่งส่วนราชการในสถาบันราชภัฏอุดรธานี ตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พุทธศักราช 2538 เปลี่ยนชื่อศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเป็นสำนักศิลปวัฒนธรรมและเปลี่ยนชื่อตำแหน่งผู้บริหารจาก “ผู้อำนวยการศูนย์” เป็น “ผู้อำนวยการสำนัก”
พ.ศ. 2547
เปลี่ยนชื่อจาก สำนักศิลปวัฒนธรรม เป็น “สำนักศิลปะและวัฒนธรรม” มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีจนถึงปัจจุบัน
