สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี the office of arts and culture udon thani rajabhat university

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๖๗

 

ร่วมทำบุญงานประเพณีบุญมหาชาติ (พระเวสสันดร) ประจำปี 2567

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญงานประเพณีบุญมหาชาติ (พระเวสสันดร) ประจำปี 2567 ณ วัดโนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 17 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567

เดือนสี่ บุญผะเหวด

“บุญผะเหวด” เป็นสําเนียงชาวอีสานที่มาจากคําว่า “บุญพระเวส”หรือพระเวสสันดร เป็นประเพณีตามคติความเชื่อของชาวอีสานที่ว่า หากผู้ใดได้ฟัง เทศน์เรื่องพระเวสสันดรทั้ง 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียว จะได้เกิดร่วมชาติภพกับพระศรีอริยเมตไตย บุญผะเหวดนี้จะทําติดต่อกันสามวัน วันแรกจัดเตรียมสถานที่ตกแต่ง ศาลาการเปรียญวันที่สองเป็นวันเฉลิมฉลองพระเวสสันดร ชาวบ้านร่วมทั้งพระภิกษุสงฆ์จากหมู่บ้านใกล้เคียงจะมา ร่วมพิธีมีทั้งการจัดขบวนแห่เครื่องไทยทานฟังเทศน์และแห่พระเวส โดยการแห่ผ้าผะเหวด (ผ้าผืนยาวเขียนภาพเล่าเรื่องพระเวสสันดร) ซึ่งสมมติเป็น การแห่พระเวสสันดรเข้าสู่เมือง เมื่อถึงเวลาค่ำจะมีเทศน์เรื่องพระมาลัย ส่วนวันที่สามเป็นงานบุญพิธี ชาวบ้านจะร่วมกันตักบาตรข้าวพันก้อน พิธีจะมี ไปจนค่ำ ชาวบ้านจะแห่แหน ฟ้อนรําตั้งขบวนเรียงรายตั้งกัณฑ์มาถวายอานิสงฆ์อีกกัณฑ์หนึ่ง จึงเสร็จพิธมูลเหตุของพิธีกรรมพระสงฆ์จะเทศน์เรื่อง เวสสันดรชาดกจนจบและเทศน์ จากเรื่องในหนังสือมาไลยหมื่นมาไลยแสนกล่าวว่า ครั้งหนึ่งพระมาลัยเถระได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกษแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และได้พบปะสนทนากับพระศรีอริยเมนไตย ผู้ที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตและพระศรีอริยเมตไตยได้สั่งความมากับ พระมาลัยว่า “ถ้ามนุษย์อยากจะพบและร่วมเกิดในศาสนาของพระองค์แล้วจะต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้คือ”

1. จงอย่าฆ่าพ่อตีแม่ สมณพราหมณ์
2. จงอย่าทําร้ายพระพุทธเจ้า และยุยงให้สงฆ์แตกแยกกัน
3. ให้ตั้งใจฟังเทศน์เรื่อง พระเวสสันดรให้จบในวันเดียวด้วยเหตุ ที่ชาวอีสานต้องการจะได้พบพระศรีอริยเมตไตยและเกิดร่วมศาสนาของพระองค์จึง มีการทําบุญผะเหวด ซึ่งเป็นประจําทุกปี

ที่มา : https://cac.kku.ac.th/heet12_kong14/phawed.html

OACH0050

ไซ (งานจักสาน) OACH0050

ชื่อวัตถุ : ไซ

แบบศิลปะ : หัตถกรรมจักสาน

ลักษณะ : เครื่องดักหรือจับสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา สานด้วยไม้ไผ่เป็นซี่ถี่ๆ รูปร่างต่างๆ กัน ด้านหน้ามีงาสำหรับให้กุ้งหรือปูปลาเล็กๆ เข้า ไชใช้ดักตามทางน้ำไหลที่น้ำไม่ลึกนัก (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ.2553. หน้า 197)

สภาพ : งาไซสูญหายไป

ขนาด : เส้นรอบวง (เส้นรอบวง) 24 cm ยาว 48 cm

ชนิด : วัสดุไม้ไผ่

ประวัติ :  –

สถานที่เก็บ : ห้องเก็บของในการจัดนิทรรศการ ชั้น 1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม

เลขวัตถุ : OACH0050/2566

OACH0050

เลขภาพ OACH0050

ถ่ายเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2566

OACH0049

ชงโลง หรือโพงวิดน้ำ (งานจักสาน) OACH0049

ชื่อวัตถุ : ชงโลง หรือโพงวิดน้ำ

แบบศิลปะ : หัตถกรรมจักสาน

ลักษณะ : เครื่องวิดน้ำโดยการโพงน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่หรือทำด้วยไม้จริง รูปร่างคล้ายช้อน ชงโลงไม้ไผ่สานทึบแล้วยาด้วยชันหรือทาน้ำมันยางเพื่อไม่ให้น้ำรั่ว ด้ามชงโลงเป็นไม้ยาวเพื่อใช้รดน้ำผักผลไม้ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ.2553. หน้า 176) ขนาดเล็กแบบจำลอง

สภาพ : โครงส่วนด้านหน้าหลุดสูญหาย มีเศษกระดาษกาวติดด้านหลังชงโลง

ขนาด : กว้าง 11 cm ยาว 20.5 (ตัวชงโลง) ยาว 33.5 cm (จากตัวชงโลงถึงปลายด้ามจับ)

ชนิด : วัสดุไม้ไผ่

ประวัติ :  –

สถานที่เก็บ : ห้องเก็บของในการจัดนิทรรศการ ชั้น 1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม

เลขวัตถุ : OACH0049/2566

OACH0049

เลขภาพ OACH0049

ถ่ายเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2566

427956365_707853081542893_2713032926408709889_n

ร่วมเซ็น MOU กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วม เซ็น MOU กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและ อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมประชุมเครือข่ายสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทยครั้งที่ ๓ “โม โฮบบาย จุมคะเนีย”
โดยมี นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กล่าวต้อนรับประธานและเครือข่ายสภาศิลปะและวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่งทั่วประเทศ และ ดร.ทวิพัฒน์ วิจิตรปัญญารักษ์ ประธานสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการประชุม
และพิธีลงนาม (MOU) ความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ระหว่าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กับสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย ๓๘ แห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม สนับสนุนพันธกิจทางวิชาการด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มอบรางวัล “ ราชภัฏคุณากร” และ มอบรางวัลปราชญ์ท้องถิ่น “ภูมิราชภัฏ” และร่วมเสวนา”การยกระดับSoft Power อาหาร พื้นบ้าน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเเละเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ณ ห้อง Hall ๑ โรงแรมบีลีฟ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ภาคค่ำ ร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ ๒ (Thailand 2nd Cultural Exchange Festival : Thailand – CEF) โดยโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพืธี
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ น.
ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา (สวนใหม่) จังหวัดสุรินทร์
425531911_7744830472193693_6887621303846158149_n

ลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียง : บูรณาการสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์

“สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง” วันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ในงานมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2567
….
ลูกกลิ้งและตราประทับดินเผา เป็นโบราณวัตถุที่อยู่ในช่วงสมัยปลาย (Late Period) มีอายุระหว่าง 2,300-1,800 ปีมาแล้ว ประโยชน์การใช้สอยของลูกกลิ้งและตราประทับดินเผายังขาดหลักฐานที่ชัดเจน พิสิฐ เจริญวงศ์ (2530, หน้า 28 และ 35), สุจิตต์ วงษ์เทศ (2530, หน้า 26), Armand J. Labbe (2002, p47-50), Joyce C. White (1952, p75-76) และวิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2531, หน้า 2-8) มีข้อสันนิษฐานที่สอดคล้องกันว่า ลูกกลิ้งดินเผาบ้านเชียงใช้กลิ้งลายบนภาชนะดินเผา แต่เพราะลวดลายบนภาชนะดินเผาบ้านเชียงสมัยปลายเป็นลวดลายที่เกิดจากการเขียนด้วยพู่กัน และไม่ปรากฎลวดลายบนภาชนะดินเผาที่เกิดจากลายของลูกกลิ้ง อีกทั้งรูปร่างขนาดใหญ่ของลูกกลิ้งไม่สามารถใช้กลิ้งหรือพิมพ์ลวดลายบนภาชนะดินเผาได้ จึงเกิดสมมติฐานที่ว่าเป็นเครื่องมือกลิ้งลวดลายบนผืนผ้า
👉ลักษณะลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาเป็นโบราณวัตถุขนาดเล็กที่มี 2 รูปทรง คือ รูปทรงกระบอกที่ตัวลูกกลิ้งมีการแกะ ขูด ขีดให้เป็นร่องหรือรอยนูน มีแกนกลางที่ใช้ในการสอดเชือก หรือไม้ในการกลิ้งให้เกิดลวดลายบนวัตถุอื่น และรูปทรงแบนเป็นแผ่นดินเผามีทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม ครึ่งวงกลม ตกแต่งแผ่นดินเผาด้านหน้าด้วยการแกะสลัก ขูด ขีดให้เป็นร่องหรือรอยนูนเช่นเดียวกับลูกกลิ้งทรงกระบอกและมีด้ามจับที่บริเวณด้านหลังเพื่อใช้สำหรับประทับบนวัตถุอื่นในการสร้างลวดลาย
👉ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานสามารถแบ่งเชิงพฤติกรรมได้ 2 ข้อ คือ
1. ความเชื่อของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ใช้ในการประกอบพิธีกรรม โดยเฉพาะในประเพณีที่เกี่ยวกับความตาย หรือที่เรียกว่าประเพณีปลงศพที่จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไปฝังรวมกับศพผู้ตายด้วย เช่น เครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา ภาชนะต่าง ๆ เครื่องประดับ เครื่องมือเครื่องใช้โลหะ และลูกกลิ้งดินเผา สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ว่าประโยชน์ของลูกกลิ้งใช้ในการประกอบพิธีกรรมด้วยการฝังร่วมกับศพผู้ตาย และเป็นอุปกรณ์ของพ่อมดหมอผีในยุคสมัยนั้น
2. ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบต่าง ๆ ในรูปของงานหัตถกรรม จากข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนคือใช้ประกอบการตกแต่งลวดลายบนผ้า หรือบนภาชนะดินเผา ในรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการตกแต่ง เช่น เครื่องรางของขลัง และเครื่องประดับ จากการศึกษาข้อมูลนักโบราณคดีและนักวิชาการส่วนมาก เชื่อว่าลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียงใช้ในการพิมพ์ลวดลายบนผ้า หลักฐานจากการพบเศษผ้าและมีแนวโน้มว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด ทั้งนี้เพราะลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียงจำนวนมากขุดพบในยุคปลาย 2,300-1,800 ปี ยุคเดียวกับการเขียนสีบนเครื่องปั้นดินเผา
👉ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานที่ว่า “คนยุคก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงรู้จักการสร้างสรรค์ลวดลายที่วิจิตรบนภาชนะดินเผาที่เป็นเครื่องใช้ ดังนั้นเครื่องแต่งกายที่ตกแต่งร่างกายคนในสมัยนั้นน่าจะมีการสร้างสรรค์ลวดลายที่วิจิตร สวยงามเช่นเดียวกัน”
…….
ข้อมูลเพิ่มเติม : อ่านได้ใน E-book แสดงงานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง งานมรดกโลก 2567 นี้นะจ๊ะ❤😘
…..
งานวิจัยปี 2558 ลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียง : บูรณาการสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
และต่อยอดงานวิจัยปี 2561 สัมพันธภาพระหว่างลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียงกับลายมงคลสมัยนิยม สู่งานออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดอุดรธานี (ผศ.ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์)
ที่มา : https://www.facebook.com/kanit.rungwannasak?locale=th_TH
426145709_706150225046512_1222529154504945718_n

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. อธิการบดี มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล สิงห์คำ รองอธิการบดี พร้อมด้วย อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว กิจกรรมหลัก การส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗

ในช่วงเช้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีบวงสรวงปู่ขุนเชียงสวัสดิ์และเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พร้อมกล่าวเปิดนิทรรศการพิเศษฯ นายสมศักดิ์ แสนอินทร์ นายอำเภอหนองหาน กล่าวให้การต้อนรับ นายวิเชต ลิ้มภักดี ผอ.ศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น กล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

งานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ พ.ศ.2543 สืบเนื่องมาจาก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม 1 ใน 3 แห่งของประเทศไทย จังหวัดอุดรธานี หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง เพื่อเฉลิมฉลองและเผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อันเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานการเกษตรกรรม วัฒนธรรมการฝังศพ และศิลปะอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในระดับนานาชาติ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. อธิการบดี มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล สิงห์คำ รองอธิการบดี พร้อมด้วย อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว กิจกรรมหลัก การส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗ โดยมี นายสุรพล เกียรติไชยากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ฯ นายธีทัต พิมพา วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี นายสมศักดิ์ แสนอินทร์ นายอำเภอหนองหาน พันตรีสุเมธ คำพิมาน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชียง นายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ลานวัฒนธรรม ชุมชนคุณธรรมบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
การจัดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๘-๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ กิจกรรมภายในงานมีดังนี้
๑. การจัดพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษชาวบ้านเชียงและปู่ขุนเชียงสวัสดิ์
๒. การจัดขบวนแห่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณี
๓. การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม “ ตำนานวิถีชีวิตมรดกโลกบ้านเชียง”
๔. การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
๕. การแสดง “วิถีคนวิถีควาย”
๖. การจัดนิทรรศการวิชาการในหัวข้อ “ สืบเส้นใยผ้า สานภูมิปัญญาท้องถิ่น”
๗. การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นและการแสดงดนตรีพื้นบ้าน
CR.Jirasak SC
426170827_706142848380583_3298418633306305205_n

นิทรรศการวิชาการ “สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง”

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จัดนิทรรศการวิชาการ “สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง” วันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ในงานมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2567
นิทรรศการแสดงผลงาน
“เส้นทางมรดกโลกอุดรธานี : ภูมิปัญญาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์“ งานวิจัยทุนหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์
แจก Free E-book ข้อมูล
👉ลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียง
👉การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยจากลายบ้านเชียง
👉ความหมายมงคลลายบ้านเชียงเชิงสัมพันธภาพ
👉ผลงานวิจัยการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง
เฉพาะในงานเท่านั้น📌📌📌
อยากได้ข้อมูลไปสแกนในงานนะคะ😁😁 เป็นการรวบรวมข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2553-2567
🏛️มรดกเรา มรดกไทย มรดกโลก “มรดกโลกบ้านเชียง”
👉จัดเต็มแสง สี เสียง การแสดงมโหรสพเฉลิมฉลองชมนิทรรศการมุมมองใหม่ ร่วมกิจกรรมสาธิตแบบลิมิเต็ดชิ้นเดียวในโลก ชมขบวนแห่สุดอลังในวันเปิดงาน (9/2/67) และอุดหนุนสินค้าสินค้าชุมชนและสินค้าสร้างสรรค์ จุ้ม•บ้านเชียง และกิจกรรม DIY สไตล์บ้านเชียงมรดกโลก
⚱️ กิจกรรมปั้นหมอเขียนสีไหบ้านเชียง ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี
🧣กิจกรรมย้อมผ้าหมักโคลนบ้านเชียง ผ้าฝ้ายบ้านเชียง : ส.หงษ์แดง
🎎 การแสดงทางวัฒนธรรม “ฟ้อนไทพวน”
และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี
🛕 free entry พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum
OACH0048

ชงโลง หรือโพงวิดน้ำ (งานจักสาน) OACH0048

ชื่อวัตถุ : ชงโลง หรือโพงวิดน้ำ

แบบศิลปะ : หัตถกรรมจักสาน

ลักษณะ : เครื่องวิดน้ำโดยการโพงน้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง สานด้วยไม้ไผ่หรือทำด้วยไม้จริง รูปร่างคล้ายช้อน ชงโลงไม้ไผ่สานทึบแล้วยาด้วยชันหรือทาน้ำมันยางเพื่อไม่ให้น้ำรั่ว ด้ามชงโลงเป็นไม้ยาวเพื่อใช้รดน้ำผักผลไม้ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ.2553. หน้า 176)

สภาพ : เหล็กที่ปากชงโลง และลวดขึ้นสนิม คราบปากกาเคมีและกระดาษกาวติดที่ตัวชงโลงหนึ่งฝั่ง

ขนาด : กว้าง 33 cm ลึก 25.8 (ส่วนปากชงโลง) ยาว 74.5 (ตัวชงโลง) ยาว 197.8 cm (จากตัวชงโลงถึงปลายด้ามจับ)

ชนิด : วัสดุไม้ไผ่

ประวัติ :  –

สถานที่เก็บ : ห้องเก็บของในการจัดนิทรรศการ ชั้น 1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม

เลขวัตถุ : OACH0048/2566

OACH0048

เลขภาพ OACH0048

ถ่ายเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2566

OACH0047

เข่ง (งานจักสาน) OACH0047

ชื่อวัตถุ : เข่ง

แบบศิลปะ : หัตถกรรมจักสาน

ลักษณะ : ภาชนะจักสานรูปทรงกระบอกปากกลม ฐานเหลี่ยม สำหรับใส่ผลไม้  ใส่ผัก ใส่ของ

(วิบูลย์ ลี้สุวรรณ.2553. หน้า 131-132)

สภาพ : สมบูรณ์

ขนาด : เส้นรอบวง 76.8 cm สูง 17.3 cm

ชนิด : วัสดุไม้ไผ่

ประวัติ : ไม่ปรากฏการส่งมอบ ขึ้นทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2561

สถานที่เก็บ : ห้องเก็บของในการจัดนิทรรศการ ชั้น 1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม

เลขวัตถุ : OACH0047/2566

OACH0047

เลขภาพ OACH0047

ถ่ายเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2566