428475417_712772314384303_4528661727582425910_n

ประชุมพิจารณาแผนงานสนับสนุนการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival ประจำปี 2567

ประชุมพิจารณาแผนงานสนับสนุนการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival ประจำปี ๒๕๖๗
วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. อธิการบดี มอบหมายให้ อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เข้าร่วมประชุมพิจารณาแผนงานสนับสนุนการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival และงานสงกรานต์จังหวัดอุดรธานี ประจำปี ๒๕๖๗ โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุม นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น ๕ อาคาร ๑ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี
โดยเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบคือ จังหวัดอุดรธานีมีมติจัดงานมหาสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๗ ระหว่างวันที่ ๑๓ -๑๖เมษายน ๒๕๖๗ ณ ทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุดรธานี และบริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี โดยมีกิจกรรมดังนี้
๑. การอัญเชิญพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิในจังหวัดอุดรธานีและในเขตเทศบาลนครอุดรธานีมาประดิษฐานเพื่อความสิริมงคลและสรงน้ำที่เดียวกัน
๒. การจัดขบวนแห่รถบุพชาติจำนวน ๒๘ ขบวน ประกอบด้วย อำเภอต่างๆ ๒๐ ขบวน องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ๑ ขบวน เทศบาลเทศบาลนครอุดรธานี ๕ ขบวน วัฒนธรรมจีน ๑ ขบวน วัฒนธรรมเวียดนาม ๑ ขบวน
๓. กิจกรรมการลดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุโดยกำหนดที่ ๗๕ ปีขึ้นไป
๔. จัดให้มีโซนเล่นน้ำบริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม
๕. การแสดงศิลปวัฒนธรรม
๖. กิจกรรมทำบุญตักบาตร
๗. การละเล่นพื้นเมือง
๘. การประกวดนางสงกรานต์และหนูน้อยสงกรานต์
๙. การจัดจัดแสดงสาธิตและจำหน่ายสินค้า
๑๐. การนำคู่สมรสชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานสงกรานต์ของไทย
๑๑. การเสวนางานสงกรานต์เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดความเป็นมาของสงกรานต์
ทั้งนี้ จังหวัดอุดรธานีได้มอบหมายให้พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี จัดทำกางเกงประจำจังหวัดอุดรธานีขึ้น ลายไหโบราณบ้านเชียง เพื่อรณรงค์ให้เป็นกางเกงประจำจังหวัดอุดรธานี
สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี the office of arts and culture udon thani rajabhat university

ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๖๗

 

ร่วมทำบุญงานประเพณีบุญมหาชาติ (พระเวสสันดร) ประจำปี 2567

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญงานประเพณีบุญมหาชาติ (พระเวสสันดร) ประจำปี 2567 ณ วัดโนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 17 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567

เดือนสี่ บุญผะเหวด

“บุญผะเหวด” เป็นสําเนียงชาวอีสานที่มาจากคําว่า “บุญพระเวส”หรือพระเวสสันดร เป็นประเพณีตามคติความเชื่อของชาวอีสานที่ว่า หากผู้ใดได้ฟัง เทศน์เรื่องพระเวสสันดรทั้ง 13 กัณฑ์จบภายในวันเดียว จะได้เกิดร่วมชาติภพกับพระศรีอริยเมตไตย บุญผะเหวดนี้จะทําติดต่อกันสามวัน วันแรกจัดเตรียมสถานที่ตกแต่ง ศาลาการเปรียญวันที่สองเป็นวันเฉลิมฉลองพระเวสสันดร ชาวบ้านร่วมทั้งพระภิกษุสงฆ์จากหมู่บ้านใกล้เคียงจะมา ร่วมพิธีมีทั้งการจัดขบวนแห่เครื่องไทยทานฟังเทศน์และแห่พระเวส โดยการแห่ผ้าผะเหวด (ผ้าผืนยาวเขียนภาพเล่าเรื่องพระเวสสันดร) ซึ่งสมมติเป็น การแห่พระเวสสันดรเข้าสู่เมือง เมื่อถึงเวลาค่ำจะมีเทศน์เรื่องพระมาลัย ส่วนวันที่สามเป็นงานบุญพิธี ชาวบ้านจะร่วมกันตักบาตรข้าวพันก้อน พิธีจะมี ไปจนค่ำ ชาวบ้านจะแห่แหน ฟ้อนรําตั้งขบวนเรียงรายตั้งกัณฑ์มาถวายอานิสงฆ์อีกกัณฑ์หนึ่ง จึงเสร็จพิธมูลเหตุของพิธีกรรมพระสงฆ์จะเทศน์เรื่อง เวสสันดรชาดกจนจบและเทศน์ จากเรื่องในหนังสือมาไลยหมื่นมาไลยแสนกล่าวว่า ครั้งหนึ่งพระมาลัยเถระได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกษแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และได้พบปะสนทนากับพระศรีอริยเมนไตย ผู้ที่จะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตและพระศรีอริยเมตไตยได้สั่งความมากับ พระมาลัยว่า “ถ้ามนุษย์อยากจะพบและร่วมเกิดในศาสนาของพระองค์แล้วจะต้องปฏิบัติตนดังต่อไปนี้คือ”

1. จงอย่าฆ่าพ่อตีแม่ สมณพราหมณ์
2. จงอย่าทําร้ายพระพุทธเจ้า และยุยงให้สงฆ์แตกแยกกัน
3. ให้ตั้งใจฟังเทศน์เรื่อง พระเวสสันดรให้จบในวันเดียวด้วยเหตุ ที่ชาวอีสานต้องการจะได้พบพระศรีอริยเมตไตยและเกิดร่วมศาสนาของพระองค์จึง มีการทําบุญผะเหวด ซึ่งเป็นประจําทุกปี

ที่มา : https://cac.kku.ac.th/heet12_kong14/phawed.html

427956365_707853081542893_2713032926408709889_n

ร่วมเซ็น MOU กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วม เซ็น MOU กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและ อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมประชุมเครือข่ายสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทยครั้งที่ ๓ “โม โฮบบาย จุมคะเนีย”
โดยมี นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กล่าวต้อนรับประธานและเครือข่ายสภาศิลปะและวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่งทั่วประเทศ และ ดร.ทวิพัฒน์ วิจิตรปัญญารักษ์ ประธานสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการประชุม
และพิธีลงนาม (MOU) ความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ระหว่าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กับสภาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาราชภัฏแห่งประเทศไทย ๓๘ แห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการดำเนินงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม สนับสนุนพันธกิจทางวิชาการด้านการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มอบรางวัล “ ราชภัฏคุณากร” และ มอบรางวัลปราชญ์ท้องถิ่น “ภูมิราชภัฏ” และร่วมเสวนา”การยกระดับSoft Power อาหาร พื้นบ้าน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเเละเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ณ ห้อง Hall ๑ โรงแรมบีลีฟ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ภาคค่ำ ร่วมพิธีเปิดงานเทศกาลการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ ๒ (Thailand 2nd Cultural Exchange Festival : Thailand – CEF) โดยโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพืธี
วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ น.
ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา (สวนใหม่) จังหวัดสุรินทร์
425531911_7744830472193693_6887621303846158149_n

ลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียง : บูรณาการสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์

“สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง” วันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ในงานมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2567
….
ลูกกลิ้งและตราประทับดินเผา เป็นโบราณวัตถุที่อยู่ในช่วงสมัยปลาย (Late Period) มีอายุระหว่าง 2,300-1,800 ปีมาแล้ว ประโยชน์การใช้สอยของลูกกลิ้งและตราประทับดินเผายังขาดหลักฐานที่ชัดเจน พิสิฐ เจริญวงศ์ (2530, หน้า 28 และ 35), สุจิตต์ วงษ์เทศ (2530, หน้า 26), Armand J. Labbe (2002, p47-50), Joyce C. White (1952, p75-76) และวิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2531, หน้า 2-8) มีข้อสันนิษฐานที่สอดคล้องกันว่า ลูกกลิ้งดินเผาบ้านเชียงใช้กลิ้งลายบนภาชนะดินเผา แต่เพราะลวดลายบนภาชนะดินเผาบ้านเชียงสมัยปลายเป็นลวดลายที่เกิดจากการเขียนด้วยพู่กัน และไม่ปรากฎลวดลายบนภาชนะดินเผาที่เกิดจากลายของลูกกลิ้ง อีกทั้งรูปร่างขนาดใหญ่ของลูกกลิ้งไม่สามารถใช้กลิ้งหรือพิมพ์ลวดลายบนภาชนะดินเผาได้ จึงเกิดสมมติฐานที่ว่าเป็นเครื่องมือกลิ้งลวดลายบนผืนผ้า
👉ลักษณะลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาเป็นโบราณวัตถุขนาดเล็กที่มี 2 รูปทรง คือ รูปทรงกระบอกที่ตัวลูกกลิ้งมีการแกะ ขูด ขีดให้เป็นร่องหรือรอยนูน มีแกนกลางที่ใช้ในการสอดเชือก หรือไม้ในการกลิ้งให้เกิดลวดลายบนวัตถุอื่น และรูปทรงแบนเป็นแผ่นดินเผามีทั้งรูปทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม ครึ่งวงกลม ตกแต่งแผ่นดินเผาด้านหน้าด้วยการแกะสลัก ขูด ขีดให้เป็นร่องหรือรอยนูนเช่นเดียวกับลูกกลิ้งทรงกระบอกและมีด้ามจับที่บริเวณด้านหลังเพื่อใช้สำหรับประทับบนวัตถุอื่นในการสร้างลวดลาย
👉ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานสามารถแบ่งเชิงพฤติกรรมได้ 2 ข้อ คือ
1. ความเชื่อของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ใช้ในการประกอบพิธีกรรม โดยเฉพาะในประเพณีที่เกี่ยวกับความตาย หรือที่เรียกว่าประเพณีปลงศพที่จะนำเครื่องมือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันไปฝังรวมกับศพผู้ตายด้วย เช่น เครื่องมือหิน เครื่องปั้นดินเผา ภาชนะต่าง ๆ เครื่องประดับ เครื่องมือเครื่องใช้โลหะ และลูกกลิ้งดินเผา สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ว่าประโยชน์ของลูกกลิ้งใช้ในการประกอบพิธีกรรมด้วยการฝังร่วมกับศพผู้ตาย และเป็นอุปกรณ์ของพ่อมดหมอผีในยุคสมัยนั้น
2. ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบต่าง ๆ ในรูปของงานหัตถกรรม จากข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนคือใช้ประกอบการตกแต่งลวดลายบนผ้า หรือบนภาชนะดินเผา ในรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการตกแต่ง เช่น เครื่องรางของขลัง และเครื่องประดับ จากการศึกษาข้อมูลนักโบราณคดีและนักวิชาการส่วนมาก เชื่อว่าลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียงใช้ในการพิมพ์ลวดลายบนผ้า หลักฐานจากการพบเศษผ้าและมีแนวโน้มว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด ทั้งนี้เพราะลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียงจำนวนมากขุดพบในยุคปลาย 2,300-1,800 ปี ยุคเดียวกับการเขียนสีบนเครื่องปั้นดินเผา
👉ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานที่ว่า “คนยุคก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงรู้จักการสร้างสรรค์ลวดลายที่วิจิตรบนภาชนะดินเผาที่เป็นเครื่องใช้ ดังนั้นเครื่องแต่งกายที่ตกแต่งร่างกายคนในสมัยนั้นน่าจะมีการสร้างสรรค์ลวดลายที่วิจิตร สวยงามเช่นเดียวกัน”
…….
ข้อมูลเพิ่มเติม : อ่านได้ใน E-book แสดงงานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง งานมรดกโลก 2567 นี้นะจ๊ะ❤😘
…..
งานวิจัยปี 2558 ลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียง : บูรณาการสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
และต่อยอดงานวิจัยปี 2561 สัมพันธภาพระหว่างลวดลายประทับดินเผาบ้านเชียงกับลายมงคลสมัยนิยม สู่งานออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดอุดรธานี (ผศ.ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์)
ที่มา : https://www.facebook.com/kanit.rungwannasak?locale=th_TH
426145709_706150225046512_1222529154504945718_n

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. อธิการบดี มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล สิงห์คำ รองอธิการบดี พร้อมด้วย อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว กิจกรรมหลัก การส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗

ในช่วงเช้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีบวงสรวงปู่ขุนเชียงสวัสดิ์และเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พร้อมกล่าวเปิดนิทรรศการพิเศษฯ นายสมศักดิ์ แสนอินทร์ นายอำเภอหนองหาน กล่าวให้การต้อนรับ นายวิเชต ลิ้มภักดี ผอ.ศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น กล่าวรายงานวัตุประสงค์การจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

งานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ พ.ศ.2543 สืบเนื่องมาจาก อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม 1 ใน 3 แห่งของประเทศไทย จังหวัดอุดรธานี หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียง เพื่อเฉลิมฉลองและเผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อันเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานการเกษตรกรรม วัฒนธรรมการฝังศพ และศิลปะอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญในระดับนานาชาติ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกโลกบ้านเชียงให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. อธิการบดี มอบหมายให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล สิงห์คำ รองอธิการบดี พร้อมด้วย อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์จุรีรัตน์ ทวยสม รองผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว กิจกรรมหลัก การส่งเสริมการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗ โดยมี นายสุรพล เกียรติไชยากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีฯ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ฯ นายธีทัต พิมพา วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี นายสมศักดิ์ แสนอินทร์ นายอำเภอหนองหาน พันตรีสุเมธ คำพิมาน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชียง นายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ลานวัฒนธรรม ชุมชนคุณธรรมบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
การจัดงานเฉลิมฉลองมรดกโลกบ้านเชียงในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๘-๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ กิจกรรมภายในงานมีดังนี้
๑. การจัดพิธีบวงสรวงบรรพบุรุษชาวบ้านเชียงและปู่ขุนเชียงสวัสดิ์
๒. การจัดขบวนแห่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณี
๓. การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม “ ตำนานวิถีชีวิตมรดกโลกบ้านเชียง”
๔. การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
๕. การแสดง “วิถีคนวิถีควาย”
๖. การจัดนิทรรศการวิชาการในหัวข้อ “ สืบเส้นใยผ้า สานภูมิปัญญาท้องถิ่น”
๗. การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมถึงการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นและการแสดงดนตรีพื้นบ้าน
CR.Jirasak SC
426170827_706142848380583_3298418633306305205_n

นิทรรศการวิชาการ “สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง”

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จัดนิทรรศการวิชาการ “สืบเส้นใย สานภูมิปัญญาบ้านเชียง” วันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ พื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ในงานมรดกโลกบ้านเชียง ประจำปี 2567
นิทรรศการแสดงผลงาน
“เส้นทางมรดกโลกอุดรธานี : ภูมิปัญญาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์“ งานวิจัยทุนหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐา เรืองวรรณศักดิ์
แจก Free E-book ข้อมูล
👉ลูกกลิ้งและตราประทับดินเผาบ้านเชียง
👉การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยจากลายบ้านเชียง
👉ความหมายมงคลลายบ้านเชียงเชิงสัมพันธภาพ
👉ผลงานวิจัยการท่องเที่ยวมรดกโลกบ้านเชียง
เฉพาะในงานเท่านั้น📌📌📌
อยากได้ข้อมูลไปสแกนในงานนะคะ😁😁 เป็นการรวบรวมข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2553-2567
🏛️มรดกเรา มรดกไทย มรดกโลก “มรดกโลกบ้านเชียง”
👉จัดเต็มแสง สี เสียง การแสดงมโหรสพเฉลิมฉลองชมนิทรรศการมุมมองใหม่ ร่วมกิจกรรมสาธิตแบบลิมิเต็ดชิ้นเดียวในโลก ชมขบวนแห่สุดอลังในวันเปิดงาน (9/2/67) และอุดหนุนสินค้าสินค้าชุมชนและสินค้าสร้างสรรค์ จุ้ม•บ้านเชียง และกิจกรรม DIY สไตล์บ้านเชียงมรดกโลก
⚱️ กิจกรรมปั้นหมอเขียนสีไหบ้านเชียง ศูนย์เรียนรู้กลุ่มปั้นหม้อเขียนสี
🧣กิจกรรมย้อมผ้าหมักโคลนบ้านเชียง ผ้าฝ้ายบ้านเชียง : ส.หงษ์แดง
🎎 การแสดงทางวัฒนธรรม “ฟ้อนไทพวน”
และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี
🛕 free entry พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum
422923095_697169792611222_1849280302292209870_n

ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ 27 ณ วัดบ้านค้อ

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ 27 ณ วัดบ้านค้อ
วันพุธที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 13.00 น. นางสาวจุรีรัตน์ ทวยสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมประชุมคณะกรรมการจัดงานสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ครั้งที่ 27 เพื่อเตรียมการจัดงานเทศกาลสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 18 – 24 กุมภาพันธ์ 2567 รวม 7 วัน 7 คืน ณ วัดบ้านค้อ ตำบลเขือน้ำ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี โดยมี พระครูบริหารมงคลธรรม เจ้าคณะอำเภอบ้านผือ (ธ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมด้วย คณะสงฆ์ นายอำเภอบ้านผือและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
414851653_681574874170714_477952031453223723_n

ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล ครั้งที่ ๑๒ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคล ครั้งที่ ๑๒ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. มหาเถรสมาคม ร่วมกับ รัฐบาล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ ๑๒ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ โดยในพิธี สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ นำคณะสงฆ์ กรุงเทพมหานคร เจริญพระพุทธมนต์ ในการนี้ หัวหน้าส่วน หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
การจัดพิธีการครั้งนี้จัดขึ้นตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๙/๒๕๖๕ มติที่ ๙๕๕/๒๕๖๕ มีมติเห็นชอบกำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ ในทุกวันที่ ๒๘ ของเดือน รวมจำนวน ๑๒ ครั้ง โดยส่วนกลาง ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ส่วนภูมิภาค ณ วัด ที่กำหนด ทั่วประเทศ และวัดไทยในต่างประเทศดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติฯ ตามความเหมาะสม
ภาพ/ข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
414133790_678827054445496_8169487649836964967_n

ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแผนงาน Maha Songkran World Water Festival ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) จากห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 กระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (21ธ.ค.66) เวลา 15.30 น. อธิการบดี มอบหมายให้ อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ร่วมประชุม โดยมี นายศรัณย์ศักย์ ศรีเครือเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาแผนงาน Maha Songkran World Water Festival ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) จากห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 กระทรวงมหาดไทย
ในการประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการขอความอนุเคราะห์กระทรวงมหาดไทยในการจัดงาน เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 “Maha Songkran World Water Festival 2024” มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันงดงามของไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาร่วมงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน สร้าง IP Festival และผลักดันให้ประเทศไทย การติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลของโลก โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติจากทั่วโลก รวมทั้งสื่อจากต่างประเทศ โดยผลที่คาดว่าจะได้รับคือ การผลักดันให้ประเทศไทย ติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลของโลก ร่วมอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทย สร้าง IP Festival และผลักดันให้ประเทศไทย และสร้างรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาท
โดยขอความอนุเคราะห์ 1. ให้จัดส่งรถสงกรานต์โดยประดับตกแต่งรถสงกรานต์ พร้อมนักแสดง เพื่อร่วมขบวนพาเหรดสงกรานต์ ทั้ง 76 จังหวัด 2. จัดส่งร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สินค้า ของดีของเด่นแต่ละจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด เพื่อมาออกร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายในงาน 3. การประปานครหลวงจัดเตรียมน้ำสะอาดสำหรับใช้ในกิจกรรมงานเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่จัดงาน 4. การไฟฟ้านครหลวงจัดหาการใช้กระแสไฟฟ้าและประดับไฟฟ้าในการจัดงาน ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ขอความอนุเคราะห์จัดงานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 ในพื้นที่ท้องสนามหลวงในการจัดงาน พื้นที่ถนนราชดำเนินกลางจากสะพานผ่านผ้าถึงสนามหลวง และพื้นที่ถนนราชดำเนินในรอบท้องสนามหลวง ในส่วนของภาคเอกชน ขอใช้เวทีการประชุม กรอ.จังหวัด ในการขับเคลื่อนงาน รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำขบวนพาเหรดเข้าร่วมงาน ทั้งนี้จะมีการประชุมร่วมกันอีกครี้งเพื่อสรุปการจัดงาน Maha songkran