ภูมิหลัง
จุดเริ่มต้นในสายอาชีพเกิดจากความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติ โดยมีคุณยายเป็นผู้ชักชวนให้เริ่มเรียนลำกับน้า ในช่วงเยาว์วัยคุณแม่กัลยาเล่าด้วยความประทับใจว่า ครูฝึกมักจะมีกุศโลบายในการหลอกล่อเพื่อให้เด็กน้อยสนใจการเรียน เช่น การสัญญาว่าจะซื้อของขวัญหรือของใช้ต่าง ๆ ให้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ยอมมาฝึกฝนศิลปะการแสดง
สำหรับการประสิทธิ์ประสาทวิชาอย่างเป็นทางการ ท่านได้รับความเมตตาจาก แม่ครูพัชรี แก้วเสด็จ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์หลักที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนด้วยอย่างใกล้ชิด นอกจากตัวคุณแม่กัลยาแล้ว น้องสาวของท่านคือ คุณแก้วมณี แก้วเสด็จ ก็ได้ดำเนินรอยตามบนเส้นทางสายศิลปินหมอลำเช่นเดียวกัน
ในสมัยนั้น กระบวนการเรียนรู้ต้องอาศัยความมานะอุตสาหะอย่างสูง คุณแม่กัลยาใช้วิธีการจดบันทึกคำกลอนลงในสมุดตามคำสอนของอาจารย์แบบคำต่อคำ จากนั้นจึงนำมาหมั่นท่องจำให้ขึ้นใจจนเกิดความชำนาญและแตกฉาน จนสามารถนำไปถ่ายทอดและทำการแสดงบนเวทีได้อย่างสง่างาม
ในช่วงเริ่มต้นของการประกอบอาชีพ อุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญไม่ใช่เพียงเรื่องการร่ายรำหรือการขับร้อง แต่คือสถานการณ์หน้าเวทีที่มักเกิดเหตุทะเลาะวิวาทของผู้ชมอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสร้างความหวาดกลัวและเป็นความท้าทายทางจิตใจของศิลปินในสมัยนั้น ที่ต้องทำการแสดงต่อไปท่ามกลางความเสี่ยงที่จะโดนลูกหลงจากเหตุการณ์ความไม่สงบเหล่านั้น
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
ใช้ชื่อจริง ชื่อกัลยา นามสกุล ยึดเอาตามแม่ครูที่เรียนลำด้วย คือแม่ครูพัชรี แก้วเด็จ
ด้านทำนองลำ
ทำนองขอนแก่น
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
คือศิลปินหมอลำพื้นบ้านอีสานจากจังหวัดหนองคายที่เติบโตในครอบครัวและชุมชนท้องถิ่น ได้รับการถ่ายทอดการลำแบบครูสอนศิษย์ดั้งเดิม โดยเน้นการท่องจำกลอนลำและยึดแนวทางหมอลำพื้นบ้านอย่างเคร่งครัด จุดเด่นคือการถนัดลำเต้ยและลำเกี้ยวที่มีความสนุกสนาน เข้าถึงง่าย และเหมาะกับการแสดงในหลากหลายสถานการณ์ แม้ไม่ได้มีผลงานเชิงพาณิชย์มากนัก แต่ยังคงรับงานแสดงเป็นครั้งคราว มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ด้านการฟ้อนและการร้องหมอลำให้คนรุ่นใหม่ และสะท้อนความเป็นหมอลำสายอนุรักษ์ที่มุ่งสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. หมอลำนันทนา แก้วเสด็จ 2. หมอลำสายันต์ ทองแสง 3. หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ 4.หมอลำทองลี ชัยเจริญ 5. หมอลำพรชัย นกเขาทอง 6.หมอลำสุพรรณ ดาวเหนือ 7.หมอลำสมพงษ์ มาพร 8.หมอลำมนตรี รถด่วน 9.หมอลำเรวัต เสียงทอง 10.หมอลำสมบัติ ศรีทะบาล 11. หมอลำเชิดชัย ชัยอนันต์ 12.หมอลำประสิทธ์ มิตรอิสาน 13.หมอลำเมธี ดวงไมตรี 14.หมอลำสุเทพ นิยมศิลป์ 15.หมอลำพรศักดิ์ แสงเจริญ 16.หมอลำวิเชียร เสียงอิสาน 17.หมอลำบัวภา เสียงเสน่ห์ 18.หมอลำพะยอม ภูพานสะอื้น 19.หมอลำกวี รถด่วน
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
ใช้วิธีแบบดั้งเดิมโดยให้แม่ครูถ่ายทอดกลอนลำมาให้ แล้วผู้เรียนฝึกด้วยการท่องจำและฝึกซ้ำเป็นหลัก ควบคู่กับการสอนท่าฟ้อนและการร้องลำในลักษณะปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังเน้นการเรียนรู้จากการสังเกตและการลงเวทีร่วมกับครูหรือคณะ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการแสดงจริง แต่การถ่ายทอดจะไม่เป็นระบบเข้มข้นมากนัก เนื่องจากมีเวลาจำกัดในการสอนและรับลูกศิษย์อย่างเป็นทางการน้อย.
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. โรงเรียน 2. ชุมชน
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
อาชีพเกษตรกร
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
คุณแม่แสดงทัศนะเกี่ยวกับการสืบสานศิลปะหมอลำในปัจจุบัน โดยมองว่าเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความสนใจในจุดนี้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นช่องทางที่สามารถ สร้างรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน คุณแม่รู้สึก ภาคภูมิใจ ที่ได้เห็นเด็ก ๆ มีความสามารถและมีใจรัก พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการช่วยกันอนุรักษ์ "ลำกลอน" เพื่อไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 3 เดือนเมษายน พ.ศ.2569