นายสำราญ กอเจริญ
ศิลปินมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

หมอลำทองรี ชัยเจริญ

← กลับสู่หน้าหมอลำอุดรฯ

ภูมิหลัง

การศึกษาเรียนจบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่4 เริ่มเรียนหมอลำพ.ศ. 2517 กับอาจารย์สุนทร ชัยรุ่งเรือง เรียนอยู่2ปี ก็ออกไปบวช 1 พรรษา หลังจากนั้นก็ออกมาร้องหมอลำจนถึง ปัจจุบัน ตอนเรียนเรียนหมดทุกกลอน กลอนลำ กลอนเกี้ยว กลอนประวัติศาสตร์ แต่ที่ถนัดจะเป็น กลอนแนะนำตัวเอง                                                              

ความเป็นมาฉายาหมอลำ

อาจารย์สุนทรเป็นคนตั้งให้ โดยนำคำว่า “ชัย” จากนามสกุลของอาจารย์ (ชัยรุ่งเรือง) มาต่อกับคำว่า “เจริญ” จากนามสกุลจริงของท่าน (ก่อเจริญ) จนเป็น “ชัยเจริญ”                                    

ด้านทำนองลำ

กลอนลำภาคต้น, ภาคเกี้ยว, ภาคประวัติศาสตร์                                    

อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง

คุณพ่อเริ่มเรียนและออกแสดงหมอลำมาตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่มแน่น สะสมประสบการณ์จนมีกลอนลำอยู่ในความทรงจำมากกว่า ๒๐๐ กลอน กลอนลำของคุณพ่อไม่ได้มีดีแค่ความยาว แต่เน้นเนื้อหาที่ตอบสนองความต้องการของคนฟัง โดยเฉพาะ "ผู้เฒ่าผู้แก่" ที่ชอบฟัง:

การลำนิทานโบราณ (วรรณกรรมท้องถิ่นอีสาน)

สอดแทรกเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ และศีลธรรมอันดีงาม

ในอดีต การแสดงหมอลำมักเป็นการ "ลำสู้กัน" (การประชันหมอลำระหว่างชาย-หญิง หรือต่างคณะ) คุณพ่อเล่าว่าบ่อยครั้งต้องเจอคู่แข่งที่มีกลอนสาด กลอนท้า หรือกลอนด่าสารพัดรูปแบบ แต่ด้วยพื้นฐานความรู้พิเศษที่เคย "บวชเรียนเป็นเณรเป็นพระ" มาก่อน ทำให้คุณพ่อมีคลังคำศัพท์และหลักธรรมในหัวมากมาย

"บางเทื่อเฮาบ่มีกลอนลำเตรียมไว้ เฮาก็เอาไหวพริบ เอาความรู้ตอนบวชมาเว้าแก้เอาหน้าเวที เล่นมุกเล่นตลกทับถมไป เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดและม่วนด้วย" คุณพ่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คุณพ่อคือความสนุกสนานและตลกขบขัน ท่าฟ้อนของคุณพ่อจะเน้นการแสดงท่าทาง  ที่ทะเล้นตึงตังเพื่อให้คนหัวเราะหรือท่าทางล้อเลียนสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คุณพ่อดีไซน์ขึ้นมาเพื่อสร้างความต่างจากการฟ้อนแบบดั้งเดิม              

ผลงานการบันทึกเทป ซีดี

1.บันทึกเทป ชุด “ซิ่งกตัญญู”                                                   

ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว                                                      

การแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ 

1.หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ   2.หมอลำปรีดา แก้วเสด็จ   3.หมอลำจันทรา แก้วเสด็จ   4.หมอลำทองยุ่น มิตรชอบ   5.หมอลำละมัย มิตรชอบ   6.หมอลำศรีนวล เขื่อนมณี   7.หมอลำเทวี ฟ้าฮ่วน     8.หมอลำหวานใจ เสียงเรไร   9.หมอลำเสงี่ยม ลมบน   10.หมอลำหนูเลียบ สนั่นเมือง   11.หมอลำนันทนา แก้วเสด็จ   12.หมอลำกัลยา แก้วเสด็จ   13.หมอลำสมหมาย ดาวเทียม  และอีกมายซึ่งลำด้วยนานแล้วบางท่านจำชื่อไม่ได้บางท่านเสียชีวิตแล้วก็มี                                                       

มีลูกศิษย์ (หมอลำ) 

1. หมอลำศักดา (หมอลำดวงบันดาล)   2. หมอลำชาญชัย เฉียบแหลม          

ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์

ศิลปะการแสดงหมอลำไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกฝนกันได้เพียงชั่วข้ามคืน หากแต่เป็นศาสตร์ขั้นสูงที่ต้องอาศัยทั้งพรสวรรค์ ความจำ และความมานะบากบั่นอย่างแรงกล้า ในแง่ของการสืบทอดวิชา คุณพ่อ (พ่อทองรี) ต่างเดินตามรอยขนบโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาอย่าง "ครูพัชรี" โดยทั้งสองท่านได้นำเอากระบวนการเรียนการสอนที่เข้มงวดและเป็นระบบนั้น มาเคี่ยวกรำลูกศิษย์ของตนเองอย่างพิถีพิถัน

คุณพ่อเล่าว่า ขนบการเรียนหมอลำในอดีตนั้นซับซ้อนและต้องใช้ความอดทนสูงมาก ตัวคุณพ่อเองในสมัยก่อนต้องเรียนและฝึกซ้อมอยู่ยาวนานถึง ๒ ปี กว่าจะได้ออกแสดงหน้าเวทีจริง และแม้กระทั่งในรุ่นลูกศิษย์ของคุณพ่อเอง ทุกคนก็ต้องผ่านการเคี่ยวกรำเป็นเวลา เป็นปีๆ เช่นเดียวกัน โดยกระบวนการสร้างหมอลำตามตำราดั้งเดิมนั้น มีขั้นตอนหลักที่ต้องแตกฉานทีละขั้น ดังนี้:

ขั้นตอนที่ ๑: การต่อกลอนและการจำกลอน (ฝึกจิตและคลังสมอง)

ก่อนที่ศิษย์จะสามารถขยับเยื้องท่วงท่าหรือเอื้อนทำนอง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการฝึกฝนระบบความจำเพื่อสร้างคลังกลอนลำในสมอง โดยเริ่มต้นจาก

  • กลอนไหว้ครู: เป็นกลอนบทแรกที่ลูกศิษย์ทุกคนต้องท่องจำให้ขึ้นใจ เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณครูบาอาจารย์ผู้แต่งกลอน เป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มเรียนขั้นต่อไป
  • กลอนเฉพาะตัว (กลอนบอกข่าวสารบ้านเมือง): ครูจะนำประวัติส่วนตัว ชื่อแซ่ และภูมิหลังของลูกศิษย์คนนั้นๆ ไปให้ "อาจารย์ผู้เขียนกลอน" แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ลูกศิษย์ใช้สำหรับบอกกล่าว แนะนำตัว และทักทายพ่อแม่พี่น้องผู้ชมเมื่อก้าวขึ้นสู่เวที
  • กลอนประกาศศรัทรา: การต่อกลอนลำนิทาน กลอนธรรมะ และกลอนทั่วไปตามลำดับ

ขั้นตอนที่ ๒: การลำร้อยกลอน (ฝึกศิลปะการเชื่อมโยง)

เมื่อลูกศิษย์สามารถท่องจำกลอนลำแยกชิ้นทีละบทได้อย่างแม่นยำแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการเรียนรู้ศิลปะการ "ร้อยกลอน" หรือการนำเอากลอนลำแต่ละบทมาผูกและลำเชื่อมโยงเข้าด้วยกันให้กลายเป็นเรื่องราวที่ลื่นไหล ไม่ติดขัด เริ่มต้นตั้งแต่กลอนไหว้ครู ส่งเข้ากลอนแนะนำตัว และร้อยเข้าสู่เนื้อหาของกลอนนิทานได้อย่างเป็นเนื้อเดียว

ขั้นตอนที่ ๓: การจับลำใส่หมอแคน (ฝึกโสตประสาทและจังหวะ)

นี่คือขั้นตอนที่ปราบเซียนและสำคัญที่สุด คุณพ่อเล่าว่า หลังจากที่ลูกศิษย์สามารถลำเปล่า (ลำปากเปล่าโดยไม่มีดนตรี) ได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ครูจะนำ "หมอแคน" เข้ามาเป่าแคนประกบเพื่อเริ่มขั้นตอน "จับลำใส่หมอแคน" หรือการลำให้เข้ากับจังหวะเสียงแคนนั่นเอง

  • การจี้และปรับปรุงอย่างละเอียด: ในขั้นตอนนี้ ครูจะคอยฟังอย่างใจจดใจจ่อ หากลูกศิษย์ลำบ่ถูกจังหวะ ออกเสียงคำลาวคำกลอนบ่ชัดเจน เอื้อนเสียงไม่เข้าทำนองแคน หรือจังหวะเพี้ยน ครูจะสั่งหยุดทันที และคอยจี้คอยบอกให้แก้ไข "เอาจนชิน จนลำได้คล่อง" หากกลอนนี้ยังไม่ผ่านและไม่สมบูรณ์แบบ ครูจะไม่ยอมปล่อยผ่านไปให้เรียนกลอนใหม่เป็นอันขาด
  • การฝึกซ้อน ฟ้อน ย้อน: นอกจากการร้องและการเอื้อนให้เข้าจังหวะแคนแล้ว ครูยังต้องฝึกทักษะการฟ้อนรำ การใช้สายตา ท่วงท่าการเยื้องกราย (การฟ้อน การย้อน) ให้สอดรับกับจังหวะแคนและกลอนลำ เพื่อให้ลูกศิษย์มีความสง่างามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวยามอยู่หน้าไฟ
  • กระบวนการถ่ายทอดวิชาของเหล่ายอดฝีมือหมอลำอาวุโส จึงเปรียบเสมือนการเจียระไนก้อนพลอยดิบให้กลายเป็นอัญมณีที่เปล่งประกาย ความเข้มงวดและใส่ใจในทุกรายละเอียดของคุณพ่อและคุณแม่จันทรา ได้กลายเป็นเบ้าหลอมสำคัญที่รักษามาตรฐานอันสูงส่งของศิลปะหมอลำอีสาน ให้คงความงดงามและถูกต้องตามขนบดั้งเดิมอย่างแท้จริง

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ

รางวัลการประกวดหมอลำกลอนย้อนยุค งานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ                

ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน

1.พราหมณ์สู่ขวัญ

ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)

1.เกษตรกร   2. พิธีกร   3. พราหมณ์สู่ขวัญ   4. ไวยาวัจกร                                                                       

ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ

สมัยนี้ไม่ค่อยมีเยาวชนรุ่นใหม่สนใจหมอลำแต่ถ้ามีก็เข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำจากครูบา อาจารย์อย่างเช่น คุณแม่พัชรี แก้วเสด็จ ท่านก็รับลูกศิษย์เยอะ ส่วนตัวผมก็ส่งส่งเสริมหากมีใครมาขอ คำแนะนำก็พอจะให้ได้ อยากให้เยาวชนหันมาสนใจศิลปินชาวบ้านหรือหมอลำกลอนและสืบสานกันต่อไป

สัมภาษณ์ ณ วันที่ 3 เดือนเมษายน พ.ศ.2569

 

📸 อัลบั้มภาพศิลปิน