ภูมิหลัง
แต่ก่อนแต่ไรมา ฉันไม่ได้มีความชอบในเรื่องหมอลำเลยสักนิด ตอนอายุ 15 ปี ยังเลือกไปเรียนเป็นช่างเสริมสวยเพราะกะจะทำเป็นอาชีพ พออายุ 16 ปี ย้ายกลับมาอยู่บ้าน เห็นพ่อกับแม่รับงานแสดงหมอลำที่เป็นหมอลำดั้งเดิม มีแค่เสียงแคนอย่างเดียว ไม่มีดนตรีอื่นเลย ตอนนั้นก็ได้ไปช่วยพ่อแม่แสดงบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไรเพราะเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก
แต่จุดเริ่มเรื่องการใช้เสียงจริง ๆ มาจากพระท่านเห็นว่าน้ำเสียงเราพอใช้ได้ เลยขอให้ไปช่วยร้องทำนองสรภัญญะ ปรากฏว่าไปประกวดที่ไหน ถ้าไม่เสนอหน้าได้ที่ 1 ก็ต้องได้ที่ 2 ติดมือกลับบ้านตลอด จนวันหนึ่ง มีเพื่อน ๆ และลูกศิษย์แวะมาเรียนหมอลำกับแม่ที่บ้านประมาณ 3-4 คน ทุกคนก็พากันเชียร์ว่า “เป็นลูกหมอลำ ลองขึ้นเวทีร้องดูบ้างสิ” วันนั้นแม่เลยขึ้นไปร้องเพลงของ คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์ ปรากฏว่าคนชอบใจ ได้เงินรางวัลมาลัยมาเยอะมาก พอเห็นแบบนั้นเลยเริ่มจุดประกายให้ฉันหันมาสนใจเรียนหมอลำอย่างจริงจัง ทักษะส่วนใหญ่ที่ฝึกจะเป็น “ลำหย่าว” ส่วนพวกกลอนไหว้ครูสารภาพเลยว่าไม่ค่อยท่อง เวลาไปออกงานกับแม่และเพื่อน ๆ แม่เองก็ไม่ได้ลำไหว้ครูเหมือนกัน เพราะแม่ก็ลำไม่เป็นและไม่ชอบทำนองนี้
พออายุได้ 17 ปี เส้นทางก็พาเข้าเมืองอุดรธานี ได้ไปอยู่สำนักงานหมอลำกับ คุณแม่บุญกอง ซ้อนชัย และ คุณพ่อสำนวน ชัยชนะ ตอนนั้นเรื่องเรียนลำแบบจริงจังไม่เท่าไหร่ แต่ร้องเพลงหมอลำเป็นหมดแล้ว อาจจะเพราะสายเลือดศิลปินในตระกูลมันเข้มข้น ช่วงที่อยู่กับแม่บุญกองก็ได้ออกงานบ่อย ได้ร่วมเวทีกับหมอลำรุ่นใหญ่ในยุคนั้นอย่าง หมอลำภักดี, หมอลำวิชัย ผาจวง และหมอลำเด่น ที่เดินทางมาจากขอนแก่น
หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่สำนักงานของ คุณแม่สุมณฑา ธาตุทอง ซึ่งท่านก็คอยให้คำแนะนำ คอยตบเทคนิคการร้องหมอลำเพิ่มเติมให้คมขึ้น ถ้าให้ไล่เรียงครูบาอาจารย์ที่มีพระคุณในชีวิตหมอลำจริง ๆ มีอยู่ 4 ท่านด้วยกัน คือ
คุณแม่หนูเบ่ง ลูกอุบล (ครูคนแรก)
หมอแคนบัวหอง ผาจวง (ครูคนที่สอง)
คุณแม่บุญกอง ซ้อนชัย (ครูคนที่สาม)
คุณแม่สุมณฑา ธาตุทอง (ครูคนที่สี่)
อยู่ที่สำนักงานแม่สุมณฑาได้พักหนึ่ง งานเริ่มน้อยลงเลยตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน สักพักแม่สุมณฑาก็มาชวนให้ไปอยู่ด้วยกันอีก คราวนี้ย้ายไปแถวเมืองเลย ไปกันทั้งพ่อและแม่เลย แต่พอฉันเริ่มมีลูก ก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังเดิม ช่วงนั้นชีวิตยังพอมรงานเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะมีผู้ใหญ่คอยเมตตา ทั้งคุณพ่อวีระพลที่อยู่บ้านธาตุคอยรับงานให้ รวมถึงคุณน้าสุมณฑาและแม่บุญกองก็ยังช่วยหางานให้อยู่เสมอ
แต่แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่ต้องเบรกงานแสดงไปยาวนานถึง 10 ปีเต็ม ๆ เพราะคลอด “ลูกแฝด” เลยต้องหยุดลำเพื่อมาดูแลลูก และหันมาเปิดร้านเสริมสวยเลี้ยงชีพแทน จนกระทั่งลูกสาวโตอายุได้ 11 ปี ประจวบเหมาะกับที่ คุณแม่หนูเบ่ง (ครูคนแรก) ได้เสียชีวิตลง ฉันจึงต้องตัดสินใจกลับมาจับไมค์ขึ้นเวทีอีกครั้ง เพื่อรับหน้าที่ “ลำแทน” ครู และสืบทอดสายวิชาตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงรับงานลำอยู่เรื่อย ๆ แม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปมาก คนสมัยนี้เขาหันไปจ้างหมอลำซิ่ง รถแห่ กันหมดแล้ว หมอลำประยุกต์หรือหมอลำแคนแบบเรา ถ้าไม่ดังจริง ๆ ก็แทบไม่มีงานเลย
ชีวิตส่วนตัวในปัจจุบันค่อนข้างเงียบเหงา เพราะอยู่ตัวคนเดียว สามีก็เสียชีวิตไปแล้ว พ่อแม่ก็ล่วงลับไปหมด ส่วนลูก ๆ ก็แยกย้ายเดินทางไปทำงานหาเงินที่กรุงเทพฯ
แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ยังอยากตื่นมาในทุก ๆ วันคือ “การร้องหมอลำ” มันแปลกมากตรงที่ วันไหนถ้าไม่ได้ไปออกงานไม่ได้ไปลำ ร่างกายมันจะรู้สึกเหนื่อย เพลีย และป่วยขึ้นมาทันที เหมือนหัวใจและร่างกายมันบอกเราว่า “ชีวิตนี้...เราอยู่รอดมาได้ก็เพราะเสียงลำ” มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจไปแล้ว
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
บิดาเป็นคนตั้งให้ ตอนแรกเป็นหมอลำแสงทอง ลูกอุบล ใช้สกุลลูกอุบล เพราะตั้งให้เหมือน มารดา พอเริ่มอายุมากขึ้นก็เลยเปลี่ยนมาเป็นแสงทอง ผาจวง
ด้านทำนองลำ
กลอนลำทำนองอุบลฯ
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1.ชุดกลอนลำโควิด ทางช่องยูทูป
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
การแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1.หมอลำทองพูล ปัญญา 2.หมอลำวิชัย ผาจวง3.รุ่งโรจน์ ดาวดวงเด่น 4.หมอลำภักดี ดาวดวงใหม่ 5.หมอลำณัฐวุฒิ ดาวเหนือ 6.หมอลำพายุหวดเหล็ก 7.หมอลำสมจิตร กระดิ่งทอง 8.หมอลำมงคลชัย นกเขาทอง 9.หมอลำทองเลื่อน ปาตังก้า 10.หมอลำสาคร นกเขาหลิว 11.หมอลำสุดใจ แดนอุดร 12.หมอลำยอดรัก ธาตุไพบูลย์ 13.หมอลำยอดชาย เด่นดวง 14.หมอลำเก่งกล้า ธาตุทอง 15.หมอลำวรรณกร เสียงใส 16หมอลำทินกรน้อย ดาวเหนือ และอีกหลายท่านบางท่านจำชื่อไม่ได้
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1.หมอลำหงษ์ทอง ณ หนองคาย 2.หมอลสมจิตร ธาตุวิสัย 3.หมอลำน้องโอม
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
การสอนถ่ายทอดองค์ความรู้เยาวชน เน้นสอนพื้นฐาน เช่น ลำเต้ย ลำสั้น และลำสุดสะแนน โดยใช้วิธีแนะนำแนวทางมากกว่าการรับเป็นลูกศิษย์แบบเป็นทางการเพราะกังวลเรื่องการหาแหล่งงานให้เด็ก
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1.โรงเรียนน้ำสวย 2.โรงเรียนบ้านค่ายบกหวาน 3.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
1.อาชีพขายประกัน 2.ช่างทำเล็บ
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
อยากจะฝากฝังไว้ให้ลูกหลาน ช่วยกันรักษาหมอลำเอาไว้ อย่าให้สูญหายไป อยากฝากถึงหน่วยงานวัฒนธรรม เวลาที่มีงานประจำจังหวัด อยากให้ช่วยสนับสนุนและดึงเอาหมอลำเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่อเป็นการสืบสานต่อ อย่าปล่อยให้คนหันไปฟังแต่เพลงสมัยใหม่กันหมด
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 3 เดือเมษายน พ.ศ.2569