นายพุทธิโชค โสภากุล
ศิลปินมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

หมอลำโชคชัยน้อย ดาวเหนือ

← กลับสู่หน้าหมอลำอุดรฯ

ภูมิหลัง

จุดเริ่มต้นจริงๆ เกิดขึ้นตอนปี พ.ศ. 2553 ตอนนั้นใจผมคือชอบและศรัทธา "พ่อครูสังวาลย์" มากๆ ชอบสำเนียงชอบท่วงทำนองของท่านที่สุด แต่ตอนนั้นท่านดังมากครับ มีชื่อเสียงโด่งดังจนเด็กบ้านนอกอย่างผมรู้สึกว่าท่านเข้าถึงยากเหลือเกิน ไม่กล้าเข้าไปหา เลยเดินไปบอกแม่ว่า “แม่... อยากเรียนหมอลำ”

แม่ก็หัวอกคนเป็นแม่เนอะ อยากให้ลูกเรียนใกล้บ้าน เลยแนะนำให้ไปเรียนกับ "พ่อครูสำรอง" ที่บ้านโคกพัฒนา ซึ่งห่างจากบ้านผมไปแค่สองหมู่บ้านเอง แม่ใจดีเดินเรื่องไปถามไปฝากฝังให้เสร็จสรรพ แต่ด้วยความที่ตอนนั้นผมยังเป็นวัยรุ่นฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน ในใจมันยังไม่นิ่งพอ สุดท้ายเรียนไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ถอดใจ เลิกเรียนกลางคันซะงั้น ห่างหายจากวงการหมอลำไปหลายปีเลยครับ

ช่วงที่พักไปถามว่าทิ้งหมอลำไหม? ก็ไม่ครับ ผมยังเปิดฟังหมอลำหลายท่านอยู่ตลอดนะ พยายามหาฟังเพื่อศึกษา แต่แปลกมาก... ฟังยังไงก็ไม่ถูกใจและไม่ตราตรึงใจเท่าพ่อครูสังวาลย์ที่เราศรัทธามาตั้งแต่แรก

 จนเวลาล่วงเลยมาถึงปี พ.ศ. 2554... เอ้ย! ปี พ.ศ. 2557 (ผ่านไป 4 ปีเต็ม) ความรู้สึกมันบอกว่า “ไม่ได้การละ ถ้าไม่ทำตอนนี้คงไม่ได้ทำแน่ๆ” ผมเลยรวบรวมความกล้า ขอให้ญาติช่วยพาไปติดต่อพ่อครูสังวาลย์ บอกตรงๆ วันที่เดินเข้าไปบ้านท่านใจนี่สั่นระรัว กลัวก็กลัว แต่ก็ต้องลุย

พอไปถึง พ่อครูสังวาลย์ท่านเกือบจะไม่รับผมเป็นศิษย์แล้วครับ เพราะตอนนั้นท่านงานเยอะมาก ไม่มีเวลามานั่งสอนแน่ๆ แต่ด้วยความดื้อบวกกับความมุ่งมั่นที่มันเต็มเปี่ยม ผมเลยบอกท่านไปว่า

"ถ้าพ่อไม่มีเวลาสอน ไม่เป็นไรครับครู... ถ้าอย่างนั้นผมขอเอาไปฝึกเองครับ"

เห็นความตั้งใจจริงของผม พ่อครูสังวาลย์เลยใจอ่อน ท่านเดินไปหยิบ “หนังสือกลอนลำ” มาให้ผม 1 เล่ม แล้วบอกให้เอาไปท่อง นับตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ ถ้ารวมๆ ระยะเวลาที่ผมคลุกคลี ท่องบ่น ทุ่มเทฝึกซ้อมแบบครูพักลักจำและฝึกด้วยตัวเอง ก็เป็นเวลา 12 ปีเต็มครับ

ในช่วงที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อม ผมก็เปิดเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “โชคชัยน้อย ดาวเหนือ” แล้วชื่อนี้ก็สะดุดตารุ่นพี่ในวงการอย่าง "หมอลำวีระยุทธน้อย ดาวเหนือ" วันนั้นจำได้ดีเลย พี่เขาคิวงานแน่นมากจนเสียงไม่มี เสียงแหบเสียงแห้ง พี่เขาเลยโทรมาหาผม ชวนให้ไปช่วยร้องเพลงบนเวทีแทนหน่อย

โห... ตอนนั้นผมปฏิเสธระงัวเลยครับ ไม่กล้า ไปไม่เป็นแน่ๆ แต่สุดท้ายด้วยสถานการณ์และโอกาสมันบีบให้ต้องก้าวขึ้นเวที พอได้จับไมค์ร้องเท่านั้นแหละครับ หัวหน้าวงในตอนนั้นท่านตาถึง เห็นแววว่าเออ... ไอ้นี่มันร้องใช้ได้นะ หลังจากวันนั้นท่านก็เลยป้อนงาน หางานให้ผมมาเรื่อยๆ จนชื่อของ "โชคชัยน้อย ดาวเหนือ" เริ่มเป็นที่รู้จัก

และนับตั้งแต่เรียนจบมา ผมก็ภูมิใจที่จะบอกทุกคนว่า ผมไม่เคยไปสมัครทำงานที่ไหนเลยครับ ชีวิตของผมอุทิศให้กับการร้องหมอลำอย่างเดียว ยึดเป็นอาชีพหลักเลี้ยงตัวเองและครอบครัวมาจนถึงปัจจุบัน

จากเด็กวัยรุ่นที่เคยเหลวไหลเรียนไม่จบในวันนั้น ขอบคุณความอดทน ความดื้อที่ถูกทาง และขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านที่ให้โอกาส จนทำให้ผมได้มายืนร้องลำทำทำนอง มอบความสุขให้พี่น้องแฟนเพลงทุกคนในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ

ที่มาฉายาหมอลำ

“โชคชัย น้อย” มาจากชื่อที่กลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านตั้งให้สมัยที่เขาเริ่มทำกิจกรรมหมอลำเด็กและแสดง Cover ลิปซิงค์ ส่วน “ดาวเหนือ” เป็นฉายาที่ พ่อครูสังวาลย์เป็นผู้ตั้งให้ เพื่อให้จดจำง่ายและบังเอิญไปคล้องจองกับนามสกุลเดิมของคุณแม่คือ “ชาวเหนือ”

อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง

เวลาผมก้าวขึ้นเวทีแล้วเปล่งเสียงลำออกไป หลายๆ คนเดินมาทักผมบ่อยมากครับว่า “โชคชัยน้อย... กลิ่นอาย สำเนียง วิธีการเดินกลอน หรือแม้กระทั่งการทอดเสียงสูง-ต่ำเนี่ย ถอดแบบมาจากพ่อครูสังวาลย์เลยนะ”

โห... เวลาได้ยินคำนี้ทีไร ในใจผมมันพองโตและภูมิใจที่สุดเลยครับ เพราะพ่อครูคือบรมครูที่ผมเลื่อมใสศรัทธามาตั้งแต่เด็กๆ การที่ผมใช้ความพากเพียรแกะลายลำจากหนังสือกลอนที่ท่านให้มา ฝึกฝนจนสามารถนำท่วงทำนองของท่านมาสืบทอดและถ่ายทอดสดๆ หน้าเวทีได้ในวันนี้ มันคือเอกลักษณ์ที่อธิบายความเป็นตัวตนของผมได้ชัดเจนที่สุดแล้วครับ

แต่สำหรับผม ผมชอบหยิบเอาเรื่องเล่าเก่าๆ มรดกทางวัฒนธรรม หรือพวกตำนานพื้นบ้านมาลำให้คนฟัง อย่างเวลาอยู่บนเวที ผมจะหยิบตำนาน “ต้นกำเนิดเสียงแคน” เรื่องพระอินทร์ ท้าวเจ็ดอาวุธ และนางคำนาง มาเล่าให้พ่อๆ แม่ๆ ฟัง หรือแม้กระทั่งสอดแทรกลำบอกเล่าว่า ลายแคนแต่ละลาย ไม่ว่าจะเป็นลายสุดสะแนน หรือลายสร้อย มันมีที่มาที่ไปยังไง การได้ลำประสานไปกับเสียงแคนพริ้วๆ ของอาจารย์หมอแคน มันทำให้ผมรู้สึกว่าเรากำลังได้ทำหน้าที่ส่งต่อคุณค่าของคนโบราณไม่ให้สูญหายครับ

สำหรับผม หน้าเวทีหมอลำมันคือชีวิตจริงครับ มันไม่ได้มีสคริปต์ตายตัว เอกลักษณ์อีกอย่างของผมคือการเป็นคนชอบสังเกตคนดู ตาผมจะคอยมองบรรยากาศรอบๆ ตลอด แล้วหยิบเอาสถานการณ์สดๆ ตรงนั้นมาด้นกลอนลำสดๆ หยอกล้อแฟนเพลง

เดินไปลำแซวคุณพ่อคุณแม่ ลำถามลุงๆ ป้าๆ หรือท่านเจ้าภาพว่า “ได้ยินเสียงแคนแล้วออนซอนม่วนหูบ่อยาย...” หรือเวลามีพี่น้องแฟนเพลงใจดีเดินเอาเงินรางวัลมาส่งให้หน้าเวที ผมก็จะรับมุกส่งมุกสดๆ ตรงนั้นเลย สิ่งเหล่านี้แหละครับที่เปลี่ยนการลำหย่าวโบราณที่คนมองว่าน่าเบื่อ ให้กลายเป็นเรื่องสนุกสนาน ดึงใจคนดูให้อยู่กับเราได้ตลอดทั้งคืน

 สำหรับผมแล้ว... เอกลักษณ์ของ โชคชัยน้อย ดาวเหนือ อาจไม่ใช่หมอลำที่ร้องหวือหวาหรือทันสมัยที่สุดตามกระแส แต่ผมคือ “หมอลำผู้รักษาทำนองครู” ที่ตั้งใจเอาเรื่องเล่าโบราณอันทรงคุณค่า มาเขย่ารวมกับความสนุกสนานหน้าเวทีให้มันเป็นธรรมชาติและเข้าถึงใจพี่น้องไทบ้านมากที่สุดครับ

ผลงานการบันทึกเทป ซีดี

1. เพลง น้ำตาบ่พาลืม    2. เพลง อยากได้ยินคำว่าขอโทษ                                                    

ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว                                                                             

เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ 

1. คณะหมอลำวีรยุทธ น้อย ดาวเหนือ   2.หมอสมพงษ์   3. หมอลำเพชรน้ำหมาก   4.หมอลำกาญจนา ลมบน   5.หมอลำอรวี แก้วเสด็จ   6.หมอลำนัตญา   7.หมอลำมยุรี ดาวกระจาย   8.หมอลำอิงอร ดาวคะนอง   9.หมอลำน้ำฝน ลัดดาวัลย์   10.หมอลำหอมจันทร์ ดาวดวงเด่น   11.หมอลำรุ่งลาวัลย์ เสียงทอง    12.หมอลำลัดดาวัลย์ ไชยภักดิ์

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ

1.รางวัลการประกวดหมอลำกลอน ที่เซ็นทรัล อุดรธานี

ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน

1.ประพันธ์เพลง                                                                                                             

ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ 

ต้องเริ่มจาก “ใจรัก” และมี “ศรัทธา” ในตัวครูอาจารย์เป็นที่ตั้ง พร้อมทั้งขอให้ช่วยกัน อนุรักษ์และสืบสาน รูปแบบของหมอลำกลอนดั้งเดิมไว้ ไม่ให้สูญหายหรือผิดเพี้ยนไปจนเสียรูปแบบเดิมแม้จะมีการประยุกต์   

สัมภาษณ์ ณ วันที่ 4 เดือนเมษายน พ.ศ.2569                    

📸 อัลบั้มภาพศิลปิน