นางสาวเลิศนภา สิงห์วงศ์
ศิลปินมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

หมอลำเลิศนภา กระทิงทอง

← กลับสู่หน้าหมอลำอุดรฯ

ภูมิหลัง

จุดเริ่มต้นในสายวิชาชีพหมอลำของ แม่เลิศนภา เกิดขึ้นจากความรักและความผูกพันในเสียงหมอลำมาตั้งแต่เยาว์วัย ด้วยใจที่ปรารถนาอยากจะก้าวขึ้นสู่เวทีหมอลำใหญ่หรือหมอลำเรื่องต่อโลง (หมอลำหมู่) แต่ด้วยความห่วงใยของผู้ปกครองที่มองว่าเส้นทางของหมอลำกลอนในยุคนั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของคนโบราณและชาวอีสานอย่างยิ่ง ประกอบกับพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด คุณแม่จึงตัดสินใจนำเธอไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูบาอาจารย์คนแรกคือ คุณพ่อบุญเพ็ง ปฐมรี (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) แม่เลิศนภาเริ่มฝึกฝนและออกแสดงครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 13 ปี จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 แม้ว่าครูอาจารย์จะสนับสนุนให้เรียนต่อ แต่ด้วยหัวใจที่รักในศาสตร์หมอลำ เธอจึงเลือกที่จะเดินหน้าในเส้นทางสายศิลปินต่อไป

เส้นทางศิลปินของแม่เลิศนภาได้รับการเกลากระแสอบรมจากบรมครูหมอลำชั้นครูอีกหลายท่าน คุณแม่จึงได้นำเธอไปฝากตัวกับอาจารย์คนที่สอง คือ คุณแม่หมอลำบุญกอง ซ่อนชัย ที่จังหวัดอุดรธานี เธอได้ยึดอาชีพหมอลำและร่วมงานกับคุณแม่บุญกองอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่นที่ทำให้อยากไปลองเรียนรู้และประกอบอาชีพอื่นร่วมกับเพื่อนฝูง ทว่ามนต์เสน่ห์ของเสียงแคนและท่วงทำนองกลับรั้งเธอไว้ ดังคำที่เธอมักกล่าวว่า “วงการนี้เข้าแล้วออกยาก เพราะใจมันรักไปแล้ว”

ในที่สุดเธอก็หวนคืนสู่เวที โดยคุณแม่ได้นำไปฝากฝังเป็นศิษย์กับอาจารย์คนที่สาม คือ แม่ครูสุมณฑา ธาตุทอง และต่อมายังได้รับความเมตตาจากอาจารย์คนที่สี่ คือ คุณแม่บุญช่วง เด่นดวง รวมถึงได้รับความรู้จากกลอนลำของ พ่อครูสุนทร ชัยรุ่งเรือง (พี่ชายของอาจารย์ปรีดา แก้วเสด็จ) ซึ่งบทกลอนลำของพ่อครูแม่ครูทุกท่านจัดเป็นมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นวัตถุดิบชิ้นงามที่ส่งเสริมให้เธอก้าวไปสู่ตำแหน่ง “หมอลำเงินล้าน”     

"การเป็นหมอลำไม่มีที่สิ้นสุด เราต้องพัฒนาศักยภาพไปเรื่อย ๆ ตามยุคตามสมัย เพื่อนำมาปรับใช้ตลอดเวลา”

นี่คือหลักคิดในการทำงานของแม่เลิศนภา จากจุดเริ่มต้นที่ขับร้องด้วย “กลอนหมอลำย้อนยุค” เธอไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และนำมาพัฒนาต่อยอดเข้าสู่ยุคของ “หมอลำซิ่ง” โดยการนำกลอนลำชั้นครูของบรมครูทุกท่านมาร้อยเรียงและปรับใช้ให้เข้ากับวิถีของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ไม่ว่าผลงานจะหลั่งไหลเข้ามามากเพียงใด หากมีการประกวดหมอลำที่ไหน เธอก็พร้อมจะพาตัวเองไปร่วมแข่งขัน ไม่ใช่เพื่อรางวัลชนะเลิศ แต่เพื่อ “แสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ” ในการพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง               

ที่มาฉายาหมอลำ

คำว่า “กระทิงทอง” เป็นชื่อเล่นที่น้องสาวของพ่อตั้งให้แต่เกิด เพราะตอนเด็กเป็นคนตัวเล็กและผิวดำ จึงอยากให้มีชื่อที่ฟังดูเข้มแข็งและคล่องแคล่ว ส่วนชื่อ “เลิศนภา” ได้รับการเปลี่ยนจากท่านมหาที่มาว่าจ้างงาน โดยบอกว่าชื่อเดิม (ทองเลื่อนน้อย) คำว่า “เลื่อน” ฟังดูไม่คงที่ จึงเปลี่ยนเป็น “เลิศ” เพื่อให้หมายถึง “เลิศในนภา”

หากย้อนกลับไปในวัยเยาว์ คำว่า "กระทิงทอง" นั้นแท้จริงแล้วคือชื่อเล่นที่คุณพ่อตั้งให้ด้วยความรักและความหวัง เนื่องจากในตอนแรกเกิด เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และมีผิวเข้ม คุณพ่อจึงเลือกใช้ชื่อนี้เพื่อแก้เคล็ดและเป็นสัญลักษณ์สื่อถึง "ความแข็งแรง" เพื่อให้ลูกสาวเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง

เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางสายศิลปะการแสดงและได้มาเรียนรำ อาจารย์คนแรกเห็นแววและต้องการปลุกปั้นให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง เดินตามรอยครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่อย่าง "คุณแม่ทองเลื่อน สีคำเวียน" หมอลำชื่อดังในยุคนั้น ในช่วงแรกเธอจึงได้รับการประสาทนามและใช้ชื่อในวงการว่า "ทองเลื่อนน้อยกระทิงทอง"

ทว่า เส้นทางชีวิตมักมีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเสมอ เมื่อวันหนึ่งมี "ท่านมหา" ท่านหนึ่งได้มาว่าจ้างคณะหมอลำไปแสดง และได้พิจารณาถึงชื่อฉายานี้ โดยท่านได้ทักท้วงตามหลักมงคลนามว่า คำว่า "เลื่อน" นั้น ฟังดูไม่มั่นคง ไม่คงที่ และอาจไม่ส่งเสริมให้ชีวิตก้าวไปสู่ความเลิศเลอได้อย่างสูงสุด ท่านมหาจึงได้เมตตาเปลี่ยนชื่อฉายาให้ใหม่ โดยนำความแข็งแกร่งเดิมมาผสานกับความสง่างาม กลายเป็น "เลิศนภากระทิงทอง"

จากเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คุณพ่ออวยพรให้แข็งแรงดั่งกระทิงทอง ในวันนี้ฉายา "เลิศนภากระทิงทอง" ได้กลายเป็นชื่อที่ประกาศความยิ่งใหญ่บนเวทีหมอลำ สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งอันเป็นรากเหง้า และความสำเร็จอันเจิดจรัสอยู่บนฟากฟ้าแห่งศิลปวัฒนธรรมอีสานอย่างแท้จริง

ทำนองลำที่ถนัด

ลำกลอนย้อนยุค (ทั้งลำสั้น ลำร่อง และลำเต้ย) ลำกลอนประยุกต์ และหมอลำซิ่ง    

อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง

 แม่เลิศนภาเป็นศิลปินมีศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภาคอีสาน โดยเฉพาะการขับร้องด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบกับทักษะพิเศษของการลำคือการ "เอื้อน" ที่เป็นการเติมความน่าสนใจให้การลำ 

เอกลักษณ์ของหมอลำเลิศนภา สิงห์วงศ์(กระทิงทอง)การขับร้องด้วยทำนองและภาษาถิ่นอีสานที่มีความไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ การใช้แคนเป็นเสียงดนตรีหลักประกอบการขับร้อง และการแต่งตัวที่อนุรักษ์ผ้าไทย                                                             

ผลงานการบันทึกเทป ซีดี

ผลงานชุด “ตำนานบั้งไฟ”    

การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ

1. สาธารณรัฐสิงคโปร์   2. รัฐอิสราเอล พ.ศ. 2546

เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ

1.คุณแม่บุญช่วง ดาเหลา(เด่นดวง)   2.คุณแม่เทวี บุตรตั้ว(ฟ้าฮ่วน)   3.คุณแม่สุมณฑา สีบุญเรือง(ธาตุทอง)    4.คุณแม่ยุภาพร อินธิราช(สายลมเย็น)   5.คุณแม่เสงี่ยม กาหลง(ลมบน)   6.คุณพ่อสมบัติ ศรีทะบาล   7.หมอลำมนตรี รถด่วน   8.หมอลำสมพงษ์ มาพร   9.หมอลำนันทนา แก้วเสด็จ   10.หมอลำอุษา ลมหวล   11.หมอลำอรสา ธาตุทอง   12.หมอลำณัฐพล พรมยาลี   13.หมอลำธีระวัฒน์ เวฬุวัณ   14.หมอลำสมบัติ ฟ้าสนั่น   15.หมอลำเมธี ดวงไมตรี   16.หมอลำยอดรัก ธาตุไพบูลย์   17.หมอลำวุฒิชัย ขุนด่านซ้าย(กระทิงทอง)   18.คุณพ่อสมคิด กระทิงทอง19.หมอลำราชัน พันล้าน   20.หมอลำพรเจริญ ปากเข็ด   21.คุณพ่อบุญเสริม เพ็ญศรี   22.หมอลำเรวัติ เสียงทอง   23.หมอลำไมโคร ดาเหลา   24.หมอลำปรีดา แก้วเสด็จ   25.หมอลำลำดวน ปากเข็ด   26.วรรณกร เสียงทอง   27.หมอลำลำเตย มีธรรม   28.หมอลำสายตา ฟ้าฮ่วน   29.หมอลำดวงจันทร์ ฟ้าฮ่วน   30.หมอลำจอมเทพ พันแสน   31.หมอลำสุริยา พันแสน   32.หมอลำกรวิทย์ ปากไฟ   33.หมอลำอัมรินทร์ ปากคม

มีลูกศิษย์ (หมอลำ)   

1. หมอลำวุฒิชัย กระทิงทอง   2.หมอลำวุฒิการ กระทิงทอง   3. หมอลำอิทธิพล กระทิงทอง

ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์

เน้นการสืบทอดกลอนลำจากครูบาอาจารย์รุ่นเก่า และสอนระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้องในการแสดง เช่น การก้าวขาขึ้นเวที ท่าทางการเหยียดมือในระดับที่เหมาะสม การใช้สายตาเพื่อดึงดูดผู้ชม และการเลือกใช้กลอนลำให้เหมาะกับหน้างาน

การถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน

1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี                  

2. สมาคมหมอลำจังหวัดอุดรธานี                      

3. สมาคมผู้ประกอบอาชีพหมอลำจังหวัดอุดรธานี          

4. สมาชิกชมรมหมอลำของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ

1. รางวัลชนะเลิศหมอลำกลอน รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ณ งานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ จังหวัดหนองคาย พ.ศ.2555/2556

2. รางวัลศิลปินมรดกวัฒนธรรมสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2563           

3. รางวัลที่ 2 จากการประกวดที่อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

4.พ.ศ. ๒๕๖๑ รางวัลศิลปินดีเด่น ผู้มีความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม จากสถานีโทรทัศน์ Workpoint ช่อง ๒๓  

ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน

1.เป็นวิทยากร   2.ประพันธ์กลอนลำ   3.เป็นครูสอนลำ   4.เป็นพิธีกร                                                               

ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)

1.คณะกรรมการและรองเหรัญญิก สมาคมผู้ประกอบอาชีพหมอลำ จ.อุดรธานี

2.คณะกรรมการสภาวัฒนธรรม จังหวัดอุดรธานี(ฝ่ายพิธีการและกิจกรรม) และคณะกรรมการสภาวัฒนธรรม อำเภอเมืองอุดรธานี      

ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ 

ขอให้เยาวชนอย่าลืมพื้นฐานของหมอลำ โดยเฉพาะการใช้ “แคน” เพราะเป็นของคู่กัน ให้ตระหนักถึงมรดกภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ สามารถปรับตัวตามยุคสมัยได้แต่ต้องอยู่ในความพอดี ยึดหลักพุทธศาสนา และให้ความสำคัญกับการแต่งตัวที่เหมาะสม  

สัมภาษณ์ ณ วันที่ 4 เดือนเมษายน พ.ศ.2569           

📸 อัลบั้มภาพศิลปิน