ภูมิหลัง
เส้นทางสายศิลปินของคุณแม่เริ่มต้นขึ้นหลังจากจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (กศน.) โดยได้ซึมซับและเริ่มเรียนรู้การร้องหมอลำจากคุณลุง (พี่ชายของแม่) คือ นายประยูร ชัยศิริ ซึ่งเป็นครูหมอลำชื่อดังในสมัยก่อน
ต่อมาคุณแม่ได้เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาของ “แม่เสงี่ยม ลมบน” แห่งสมาคมผู้ประกอบอาชีพหมอลำจังหวัดอุดรธานี ในยุคนั้นการฝึกฝนเป็นไปอย่างเข้มงวด ทุกๆ วันหลังจากเลิกเรียน คุณแม่จะต้องมาท่องกลอนลำให้จำขึ้นใจ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการซ้อมรำอย่างประณีต
ย้อนวันวานหมอลำโบราณ: ในอดีตนั้นยังไม่มี "หมอลำซิ่ง" หรือ "หมอลำประยุกต์" เช่นในปัจจุบัน มีเพียง "หมอลำกลอน" แท้ๆ ที่เน้นไหวพริบปฏิภาณและท่วงท่าที่อ่อนช้อย โดยเวลารับงานแสดงแต่ละครั้ง ได้ค่าจ้างเพียงประมาณ 600-700 บาทเท่านั้น โดยคุณแม่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้าน ลำกลอน, ลำเพลิน, ลำหมู่ และลำเรื่องต่อกลอนทำนองขอนแก่น
ด้วยความรู้ความสามารถที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน คุณแม่จึงได้รับเกียรติเป็นครูของศูนย์ครูภูมิปัญญาไทย (รุ่นที่ 7) ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมถึงหน่วยงานและสมาคมหลักๆ โดยทำหน้าที่สอน ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานคือการท่องจำ "ต้นกล้า" (กลอนลำ) ไปจนถึงการจัดระเบียบร่างกายและการรำบนเวทีใหญ่ ผลงานอันน่าภาคภูมิใจคือการสร้างลูกศิษย์ประดับวงการมากมาย เช่น หมอลำพรทิพย์ นอกจากนี้คุณแม่ยังเคยเดินทางไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมหมอลำไกลถึงประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากการช่วยงานราชการร่วมกับสมาคมแม่เสงี่ยมอย่างมากมาย
แม้ว่าในปัจจุบัน รูปแบบของหมอลำจะปรับเปลี่ยนไปเป็นหมอลำกลอนประยุกต์ตามยุคสมัย และคุณแม่จะไม่ได้ออกเทปบันทึกการแสดง แต่ไฟแห่งการเป็นผู้ให้ยังคงเต็มเปี่ยม ปัจจุบันคุณแม่ยังคงรับงานแสดงอยู่ และเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับเยาวชนรุ่นหลัง
สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่มองเห็นแวว หรือต้องการให้ลูกหลานเข้ามาเรียนรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสาน ไม่ว่าจะเป็นการร้องหมอลำ การดีดพิณ หรือการเป่าแคน สมาคมของแม่เสงี่ยม ลมบน (แม่เสงี่ยม กาหลง) และศูนย์ภูมิปัญญาไทย เปิดสอนให้ "ฟรี" โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!
“ต้นกล้าหลายคนที่เคยมาเรียนที่นี่ ปัจจุบันสามารถออกไปรับงานแสดงจริง และยึดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้อย่างมั่นคง”
ที่มาฉายาหมอลำ
จุดเริ่มต้นบนเส้นทางหมอลำของคุณแม่ทองเลิศนั้น มีครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและฝึกฝนการลำให้คือ “แม่เสงี่ยม” ซึ่งจากการที่ได้ร่ำเรียนและสืบทอดไลน์ลำมาจากแม่เสงี่ยมนี้เอง คุณแม่ทองเลิศจึงได้นำชื่อนามสกุลแสดง “ลมบน” มาใช้ตามแนวทางของครูบาอาจารย์เพื่อความเป็นสิริมงคลและการสืบทอดสายวิชา
ทำนองลำที่ถนัด
ทำนองของแก่น
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
เมื่อพูดถึงหมอลำทองเลิศ สิ่งที่ผู้ฟังและเพื่อนร่วมวงการนึกถึงเป็นสิ่งแรกคือ "น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์" ซึ่งหลายคนสะท้อนว่ามีความละม้ายคล้ายคลึงกับศิลปินชั้นครูหลายท่าน:
- บางคนฟังแล้วนึกถึงเสียงของ แม่บุญช่วง
- บางคนก็บอกว่ามีส่วนคล้ายกับ แม่ทองแปน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับทัศนะและความชื่นชอบของผู้ฟังแต่ละคนที่จะจินตนาการไปตามความประทับใจ
เทคนิคการแสดงและการมัดใจผู้ชมบนเวที
ในการขึ้นแสดงแต่ละครั้ง หมอลำทองเลิศมีวิธีบริหารเสน่ห์และดึงดูดความสนใจของผู้ชมอย่างมีศิลปะ โดยไม่ได้เน้นเพียงความสนุกสนานเร้าใจแบบหมอลำซิ่งในยุคหลัง แต่เน้น "คุณค่าและการเข้าถึงจิตใจผู้ฟัง" โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ (หมอลำผู้เฒ่า)
1. การปฏิสันถารและเนื้อหาในกลอนลำ
คุณแม่จะใช้ปฏิภาณไหวพริบในการพูดคุยทักทายกับพี่น้องผู้ชมอย่างเป็นกันเอง โดยสอดแทรกเนื้อหาที่มีประโยชน์และสะท้อนวิถีชีวิต
- เรื่องทำบุญและการทาน: สนับสนุนให้คนทำความดีและรู้จักแบ่งปัน
- เรื่องความรักความสามัคคี: มักจะลำเตือนสติใจความว่า "รักกันไว้ดีกว่าชังกัน เงินทองที่มีก็ให้รู้จักแบ่งปันกันใช้"
- สัจธรรมของชีวิต: มีกลอนลำสอดแทรกแง่คิดคมๆ เช่น "ยามรักกัน ขนาดเห็นหมาก็ยังคิดฮอด แต่ยามซังกันต่อให้เห็นช้างก็ยังมีค่าซ่ำหมา"
2. การหยอกล้อและสอดแทรกมุกตลก
คุณแม่จะมีการหยอกล้อกับผู้ชมผู้สูงอายุที่มานั่งดูอย่างอารมณ์ดี เช่น การเข้าไปทักทายถามไถ่ว่า "พวกผู้เฒ่าดีใจบ่ที่ได้เฒ่า? แล้วได้เงินเดือน (เบี้ยคนชรา) หลายปานใด๋?" ซึ่งเป็นการสร้างรอยยิ้มและความเป็นกันเอง ทำให้การแสดงมีความม่วนซื่นในแบบฉบับหมอลำโบราณประยุกต์
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1.หมอลำสานิตย์ ดาวเหนือ 2.หมอลำนนทชัย ฟ้าประทาน 3.หมอลำสมบัติ ฟ้าสนั่น 4.หมอลำนพชัย ฟ้าประทาน 5.หมอลำสุริยะ ทอแส 6.หมอลำสิทธิชัย ฟ้าสว่า 8.หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี 9.หมอลำประยูร บี52 10.หมอลำสมคิด กระทิงทอง 11.หมอลำมนตรี รถด่วน 12.หมอลำสัญญา บัวผัน 13.หมอลำทองพูล หนวดเหล็ก 14.หมอลำสำรอง สาธุการ 15.หมอลำสมพงษ์ มาพร 16.หมอลำสำนวน ชัยชนะ 17.หมอลำสังวาลย์น้อย ดาวเหนือ 18.หมอลำอำพรรณ สร้อยสังวาลย์ 19.หมอลำคำปุ่น เพชรร้อยเอ็ด 20.หมอลำวิชัย ผาจวง 21.หมอลำบุญเพ็ง พระเหล็กไหล 22.หมอลำสุวรรณ ปาดเข็ด 23.หมอลำสุวรรณ บัวนาค 24.หมอลำลำดวน ปาดเข็ด 25.หมอลำเย็นจิต หงษา 26.หมอลำบุญช่วง เด่นดวง 27.หมอลำทองดี ฟ้าสะอื้น
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1.หมอลำพรทิพย์ ฟ้าฮ่วน 2.หมอลำลินจง
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
ในอดีตหมอลำทองเลิศได้เปิดรับและฝึกสอนลูกศิษย์หลายคนจนสามารถร้องลำได้อย่างเชี่ยวชาญ แม้ว่าในเวลาต่อมาหลายคนจะแยกย้ายออกไปเติบโต มีวิถีชีวิตของตนเอง หรือไปใช้สายาอื่นตามหัวหน้าคณะต่างๆ ในแถบจังหวัดอุดรธานี แต่รากฐานล้วนมาจากคุณแม่ทั้งสิ้น
รายชื่อศิษย์ที่โดดเด่น:
- พรทิพย์: ภายหลังได้เปลี่ยนไปใช้ฉายากับ แม่เทวี ฟ้าฮ่วน
- ลินจง (อยู่เมืองเลย): มาเรียนลำจนเก่งกล้า ภายหลังได้แต่งงานกับชาวต่างชาติและย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จึงได้ห่างหายจากวงการลำไป
- นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์ผู้ชายอีกหลายคนที่มาเรียนทั้งการลำและการเป่าแคน ซึ่งคุณแม่มีกระบวนการสอนอย่างเป็นระบบ
เทคนิคการสอนศิษย์: คุณแม่จะใช้วิธีจดกลอนลำลงในสมุดให้ศิษย์นำกลับไปท่องจำ เมื่อจำเนื้อหาได้แม่นยำแล้ว จึงจะนัดวันมาซ้อมร้อง ซ้อมรำ และซ้อมฟ้อนร่วมกับหมอแคนทีละวัน โดยจะค่อยๆ สอนไปทีละขั้นตั้งแต่ ยกที่ 1, 2, 3 จนถึงยกที่ 4 เมื่อศิษย์รำเก่งและพร้อมเต็มที่แล้ว จึงจะเริ่มรับงานและส่งออกไปแสดงจริง
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
2. ศูนย์เผยแพร่การเรียนรู้ครูภูมิปัญญาไทย
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
เกษตรกร
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
ตอนนี้แม่ก็สอนอยู่ที่สมาคมฯ และไปสอนที่ราชภัฏด้วยในโครงการต้นกล้า วิธีสอนคือเราจะพิมพ์กลอนลำให้เด็กๆ ไปท่อง พอจำได้แล้วก็มาซ้อมลำที่เวทีกลางสมาคมฯ ใครมีลูกมีหลานอยากให้มาเรียน ไม่ว่าจะเป็นร้องลำ หรือเล่นพิณเล่นแคน มาฝากไว้กับแม่เสงี่ยมหรือแม่ทองเลิศได้เลย เพิ่นสอนให้ฟรีค่ะ อยากให้เยาวชนใช้เป็นอาชีพเสริมระหว่างเรียนและช่วยกันอนุรักษ์ไว้ค่ะ
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 5 เดือนเมษายน พ.ศ.2569