ภูมิหลัง
เสียงกลอนลำแรกในชีวิตของผม เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัยเยาว์ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่ามกลางความพลิกผันของชีวิตที่ต้องสูญเสียทั้งคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน โชคชะตาและสายสัมพันธ์ของบรรพบุรุษได้นำพาให้ผมได้มาอยู่ใต้ร่มเงาความเมตตาของ “คุณแม่หมุน ลืมแลง” ผู้ซึ่งเป็นเสมือนเสาหลักและเป็นมารดาของครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาในเวลาต่อมา ทั้งอาจารย์สุนทร, อาจารย์ราตรี, อาจารย์ปรีดา และอาจารย์พัชรี ซึ่งครอบครัวของเรานั้นเป็นเครือญาติกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
คุณแม่หมุนคือผู้เปิดประตูบานแรกและแนะนำผมเข้าสู่วงการหมอลำ กลอนลำแรกที่ผมได้หัดร้องหัดรำนั้น เรียนกับ “แม่ครูนิภาพร แก้วเสด็จ” ซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของคุณแม่หมุน เมื่อผมเรียนจบชั้นประถม คุณแม่หมุนเล็งเห็นถึงอนาคตบนเส้นทางสายศิลปิน จึงส่งผมให้ไปอาศัยและสืบทอดวิชาอยู่กับ “แม่ปรีดา แก้วเสด็จ” ที่บ้านเลขที่ 156 ถนนอุดรดุษฎี จังหวัดอุดรธานี
ที่บ้านอุดรธานีหลังนั้น ผมได้ทุ่มเทศึกษาเล่าเรียนวิชาหมอลำเรื่อยมาจนถึงอายุ 14 ปี เพื่อขยายพูนความรู้ให้รอบด้าน แม่ปรีดาก็ได้ส่งผมเดินทางไปเรียนลำต่อกับ “แม่ราตรี” ที่อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม อยู่ได้สักพักใหญ่จึงย้ายกลับมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อที่อุดรธานี แต่ด้วยความรู้ในตอนนั้นที่ยังไม่แก่กล้าพอ แม่ปรีดาผู้เปรียบเสมือนแม่อุปถัมภ์ที่เลี้ยงดูและส่งเสริมผมมาตั้งแต่เด็ก จึงตัดสินใจส่งผมเดินทางไกลอีกครั้งไปยังจังหวัดชัยภูมิ เพื่อไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ “อาจารย์สุนทร ชัยรุ่งเรือง” พี่ชายคนโตของตระกูล ผู้เป็นอมรศิลปินมรดกอีสานอันเป็นที่เคารพรักยิ่ง
ผมใช้เวลาหล่อหลอมและศึกษาศาตร์แห่งลำกลอนอยู่กับอาจารย์สุนทรนานถึง 2-3 ปี จึงได้เดินทางกลับคืนสู่แผ่นดินอุดรธานีเพื่อยึดการลำกลอนเป็นอาชีพเลี้ยงตน ในยุคสมัยนั้น ค่าตอบแทนของหมอลำยังไม่ได้มากมายเท่าใดนัก งานหนึ่งได้ราวๆ 3,000 ถึง 5,000 บาท แต่งานที่ทำนั้นหนักหน่วงและต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างสูง เพราะต้องออกลำตั้งแต่ดึกสงัดยันฟ้าสางครั้นรุ่งเช้า
การเป็นหมอลำที่ดีในสายตาของครูอาจารย์ ไม่ใช่แค่ร้องตามทำนองได้ แต่ต้องเรียนรู้ให้ครบทุกหมวดหมู่ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมสาขาศิลปะการแสดงหมอลำ ผมต้องท่องจำและทำความเข้าใจกลอนลำนับ 100-200 กลอน ทั้ง หมวดโลก หมวดธรรม หมวดอานิสงส์ และหมวดเบ็ดเตล็ด ต่างๆ ต้องศึกษาให้แตกฉานและจบครบในตัวเรา เพราะหากไม่รู้จริง ย่อมไม่สามารถยืนระยะมอบความสุขและความรู้ให้ผู้ฟังข้ามคืนจนถึงเช้ามืดได้เลย ซึ่งนอกจากแม่ครูปรีดาที่เป็นกำลังหลักในการผลักดันแล้ว ก็ยังมี “แม่พัชรี แก้วเสด็จ” ญาติผู้ใหญ่ล้ำค่าอีกท่านหนึ่ง ที่คอยส่งมอบความรู้และเนื้อหากลอนลำโบราณให้ผมได้หยิบยกมาศึกษาและใช้ทำมาหากินเลี้ยงชีพมาจนถึงทุกวันนี้
ชีวิตหักเหเข้าสู่ร่มเงาของครอบครัวเมื่อผมแต่งงานในวัย 21 ปี และยังคงปักหลักสร้างตัวอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีต่อมาอีกเกือบ 30 ปี วันหนึ่ง จุดไฟในใจของผมก็ถูกจุดให้โชติช่วงขึ้นอีกครั้งจากการมาเยือนของ “อาจารย์แจ็ค” ในตอนนั้นท่านเดินทางมาทำวิทยานิพนธ์ และได้เข้ามาพูดคุย กระตุ้นเตือนให้ผมเห็นถึงคุณค่าของรากเหง้า บทสนทนาในวันนั้นทำให้ผมนึกถึงสายเลือดของบรรพบุรุษที่เป็นหมอลำมาทุกรุ่น มันซึมซับอยู่ในจิตวิญญาณของผมอย่างไม่รู้ตัว และหลังจากแต่งงานและผ่านเรื่องราวชีวิตมามากมาย ในที่สุดผมก็มีโซ่ทองคล้องใจ มีลูกเพื่อสืบทอดสายสัมพันธ์และเรื่องราวของตระกูลหมอลำต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
ที่มาฉายาหมอลำ
ฉายา “สมพงษ์ มาพร” ได้รับการตั้งให้ในช่วงอายุประมาณ 10 - 11 ปี โดย แม่ปรีดา แก้วเสด็จ
ทำนองลำที่ถนัด
ทำนองขอนแก่น ทำนองชัยภูมิ และทำนองลำเกี้ยว (หมอลำเกี้ยว)
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
การเป็นหมอลำฝ่ายชายหน้าเวทีไม่ใช่เพียงแค่การจำกลอน 100-200 กลอนมาท่องให้ฟัง แต่เราต้องเปรียบเสมือนผู้ควบคุมความรู้สึกของคนดู ต้องกล้าเล่น กล้าหยอก มีความซื่อตรงจริงใจแบบลูกผู้ชาย และพร้อมที่จะมอบความสุขให้พี่น้องฟังอย่างเต็มความสามารถจนถึงวินาทีสุดท้ายบนเวทีครับ
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. หลักสูตรลำซิ่ง กับบริษัทราชบุตรสตูดิโอ
2. สอยมหามันส์
3.ชมนรกแปดขุม
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
1. ประเทศฮ่องกง 2. ประเทศจีน
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1.หมอลำสุนทร ชัยรุ่งเรือง 2.หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ 3.หมอลำปรีดา แก้วเสด็จ 4.หมอลำสงบ ดาวดวงใหม่ 5.หมอลำอัมรา ต้นทอง 6.หมอลำมยุรี ดาวกระจาย 7.หมอลำนันทนา แก้วเสด็จ 8.หมอลำบุญช่วง เด่นดวง 9.หมอลำเอ๋ ศุภนาถ เหรวรรณ 10.หมอลำพวงเพชร กาละพันธ์ 11.หมอลำลำเตย มีธรรม 12.หมอลำลำดวน ดาวดวงใหม่ 13.หมอลำหอมจันทร์ ดาวดวงเด่น 14.หมอลำเย็นจิต หงษา 15.หมอลำพรพิมล แก้วเสด็จ 16.หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ 17.หมอลำอุไร เสียงสังข์ 18.หมอลำสายตา ฟ้าฮ่วน 19.หมอลำอรษา แสงเพชร 20.หมอลำอรสา แสงเพชร 21.หมอลำเลิศนภา กระทิงทอง 22.หมอลำเพ็ญศรี เสียงเสน่ห์ 23.หมอลำปรีดา แก้วเสด็จ 24.หมอลำนงค์เนาว์ เสียงใส 25.หมอลำเครือวัลย์ จันทร์กระจ่าง 26.หมอลำไพลิน พันธ์เพชร
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1. หมอลำสัญญา สุขใจ 2. หมอลำสมพร มาพร 3. หมอลำรัตนชัย นกเขาทอง 4. หมอลำสุรชัย สีใส 5. หมอลำเยาลักษณ์ ศักดิ์อุบล 6. หมอลำศาสตรา สีใส 7. หมอลำเฉลิมพร 8. หมอลำปนัดดา 9. หมอลำพิมพ์ พนมรุ้ง
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
เน้นการสอนให้ลูกศิษย์เรียนรู้ให้ "ถึงแก่น" ศึกษาเนื้อหาและกลอนลำจากครูบาอาจารย์ให้ถ่องแท้ เพื่อรักษาเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ดั้งเดิมของหมอลำให้คงอยู่ยาวนาน
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. โรงเรียนน้ำสวยวิทยา
2. โรงเรียนหองคายวิทยาคม
3. โรงเรียนเทศบาลเมืองหนองคาย
4. โรงเรียนบ้านเหมือดแอ่
5. โรงเรียนชราบาล
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
รางวัลชนะเลิศการประกวดหมอลำกลอน ชิงแชมป์ภาคอีสาน รับถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พ.ศ.2555
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
1.เป่าแคน
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
1. นายกสมาคมหมอลำจังหวัดหนองคาย
2. เปิดร้านขายสังฆภัณฑ์
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
ก็อยากฝากถึงเยาวชนที่ อยากเป็นศิลปินหมอลำ อยากให้อนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมสาขาหมอลำ เรียนให้มันถึงแก่น ลำให้มันถึงแก่น ศึกษาหาความรู ้จากบรรพบุรุษ จากครูอาจารย์ ให้ถ่องแท้และรักษาให้เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของหมอลำให้คงไว้ หมอลำถึงจะอยู่ได้ยาวนาน อย่าไปเอา การแสดงภาคตะวันตกมาผสมผสาน เราเป็นหมอลำเราก็คือหมอลำผู้ถ่ายทอดองค์ความรู ้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมอลำทั ้งท่วงทำนองก็รักษาให้มันถึงแก่นหมอลำ หมอลำมันจะมีหมอลำพื้น หมอลำกลอน หมอลำเพลิน หมอลำเรื ่อง หมอลำชาติพันธุ์ หมอลำพิธีกรรม ก็ว่ากันไป เรียนให้มันถึงที ่สุดแล้วไปถ่ายทอด ฝากถึงเยาวชน และคนรุ่นใหม่ให้รักษาความเป็นหมอลำ ความเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของหมอลำกลอนครับ
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 7 เดือนเมษายน พ.ศ.2569