ภูมิหลัง
ความผูกพันกับศิลปะหมอลำเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนวัยเข้าเรียน ด้วยการติดตามคุณปู่คุณย่าไปฟังหมอลำในงานบุญประเพณี (งานบุญผะเหวด) ภาพความทรงจำของการเวทีถังน้ำมันปูพื้นไม้กลายแรงบันดาลใจแรกเริ่มที่ทำให้อยากขึ้นไปฟ้อนรำ จนได้รับรางวัลเป็นค่าขนม 50 สตางค์ ถึง 1 บาทในยุคก่อน
ก้าวสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่ระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมหมอลำกับ อาจารย์จันดี หลักคำพัน ในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 100 ปีเมืองอุดรธานี อาจารย์จันดีถือเป็นครูคนแรกที่ประสิทธิ์ประสาทวิชา ให้ความรู้ทั้งด้านการร้องและการลำกลอน โดยผลงานเด่นในขณะนั้นคือการรับบทเป็นลูกชายเจ้าเมืองในการแสดงลำเรื่องต่อกลอน (ลำหมู่) เรื่องสังข์ทองกับรจนา
หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเมื่อปี พ.ศ. 2548 ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชทดแทนคุณบิดามารดาเป็นเวลา 1 พรรษา ณ วัดร่องน้ำใส ต.กุดดินจี่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
ภายหลังลาสิกขา ได้เดินทางไปทำงาน ณ ประเทศบาห์เรน โดยร่วมบริหารธุรกิจสปากับคุณน้า และที่นี่เองที่มีโอกาสส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ร่วมแสดงเสียงลำเสียงแคนในงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ ประเทศบาห์เรน สร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2550–2551 ได้เดินทางไปเผยแพร่วัฒนธรรมเสียงพิณเสียงแคนและหมอลำอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวอีสานในอีกหลายพื้นที่ ทั้งฮ่องกง มาเก๊า เซินเจิ้น และสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในปี พ.ศ. 2553 ได้เบนเข็มเข้าสู่วงการสื่อสารมวลชน โดยใช้ทักษะการพูดทำหน้าที่เป็นนักจัดรายการวิทยุร่วมกับหมอลำลำดวน ปากเข็ด ทางคลื่นความถี่ 102.25 MHz (ไฮไฟเรดิโอ) และ 97.5 MHz (ร่วมใจเรดิโอ บ้านเลื่อม) นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสจาก Home Cable TV ให้ทำหน้าที่เป็น VJ จัดรายการลูกทุ่งยามบ่าย ซึ่งทำให้เริ่มมีชื่อเสียงและได้รับการติดต่อออกงานแสดงหมอลำกลอนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะด้านหมอลำกลอนให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2553 จึงได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของ อาจารย์พัชรี แก้วเสด็จ และร่วมงานแสดงเรื่อยมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2558 ด้วยความสนใจในท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของทางอุบลราชธานี จึงได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของ แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง เพื่อเรียนรู้หมอลำกลอนทำนองอุบลเพิ่มเติม
ด้านงานวิชาการและการบริการสังคม ในปี พ.ศ. 2557–2558 ได้รับเชิญเป็นวิทยากรส่งต่อความรู้ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และระหว่างปี พ.ศ. 2559–2560 ได้เข้าไปช่วยงาน ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในยุคที่อาจารย์พรภัทรา จำเริญ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตและครอบครัวคือการได้รับมอบหมายจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในขณะนั้น ให้เป็นวิทยากรลำถวายอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานแก่วงศ์ตระกูล
ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2561 ได้พักงานในวงการเพื่อทำหน้าที่ดูแลพี่สาวที่ล้มป่วยจนกระทั่งเสียชีวิต ปัจจุบันแม้จะไม่ได้กลับเข้าสู่วงการเต็มตัว แต่ยังคงรับงานแสดงหมอลำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารธุรกิจส่วนตัวภายใต้ชื่อ “มหาลาภโต๊ะจีนอุดร” ซึ่งมักจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้าภาพในการเหมาบริการทั้งโต๊ะจีนและการแสดงหมอลำไปพร้อมกัน ส่วนในด้านการสืบสานตำนานหมอลำ ด้วยความเคารพรักและให้เกียรติในครูบาอาจารย์ หากมีผู้สนใจมาขอสมัครเป็นลูกศิษย์ ก็จะส่งตัวไปให้เรียนรู้วิชากับแม่ครูพัชรี แก้วเสด็จ เพื่อสืบทอดสายวิชาอย่างถูกต้องสืบไป
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
ฉายา “แก้วมงคล” ได้มาจากอาจารย์พัชลี แก้วเสด็จ เนื่องจากนามสกุลของอาจารย์คือ “แก้วเสด็จ” แต่ท่านเห็นว่าผู้ชายไม่ควรใช้คำว่าแก้วเสด็จ จึงตั้งให้ใหม่เป็น “แก้วมงคล” เพื่อความเป็นสิริมงคล
ด้านทำนองลำที่ถนัด
ถนัดทั้ง ทำนองขอนแก่น (เรียนจากอาจารย์พัชรี แก้วเสด็จ) และทำนองอุบลฯ (เรียนจากแม่บุญช่วง เด่นดวง)
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการเล่นมุกสด: พ่อครูเป็นคนที่มีไหวพริบปฏิภาณสูงมากในการแสดงหน้าเวที เมื่อเจอสถานการณ์หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า พ่อครูจะสามารถจับเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาทำเป็นมุกตลกสด ๆ แสดงหน้าเวทีเพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้ชมได้ทันที ลีลาการฟ้อนรำ: มีท่าฟ้อนรำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร คีย์เสียงที่เป็นตัวเอง น้ำเสียงของพ่อครูจะมีลักษณะทุ้ม ๆ และจะลำอยู่ใน คีย์แคน C (C Minor) ซึ่งเป็นคีย์แคนของผู้ชายทั่วไป โดยเป็นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ได้เลียนแบบเสียงของหมอลำท่านใด
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. ในช่วงโควิด-19 ได้แต่งเพลงและทำเพลงเองชื่อ “เพลงโควิด”
2. มีผลงานนำเพลง “บุญคุณพ่อแม่” ของอาจารย์คมเขียว ไขสี มาบันทึกเสียงใหม่โดยอาจารย์ต้นตระกูล ไท เผยแพร่ทางช่อง YouTube “ลุงเอ๋นครอุดร”
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
1. ประเทศฮ่องกง
2.ประเทศบาเลน
3.สาธรณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. อาจารย์พัชรี แก้วเสด็จ 2. หมอลำลำดวน ปากเข็ด 3.แม่ครูบุญช่วง เด่นดวง 4.แม่ครูพัชรี แก้วเสด็จ5.แม่ครูปรีดา แก้วเสด็จ 6.แม่ครูดาวเรือง เสียงเสน่ห์ 7.หมอลำจันทรา แก้วเสด็จ 8.หมอลำอรวี แก้วเสด็จ 9.หมอลำจรรยา แก้วเสด็จ 10.หมอลำอุษา ลมหวน 11.หมอลำสุภี สีลาวงศ์ 12.หมอลำอนงค์ แก้วเสด็จ 13.หมอลำบุษบา แก้วเสด็จ 14.หมอลำมณีจันทร์ แสนวิไล 15.หมอลำนุ่มนิ่ม อารยา 16.หมอลำอรัญญา ปทุมรา
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
ท่านให้เกียรติครูบาอาจารย์เป็นหลัก โดยหากมีลูกศิษย์มาขอเรียน ท่านจะส่งต่อไปให้ อาจารย์พัชรี แก้วเสด็จ เป็นผู้สอนเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูและให้เกียรติผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ.2557 - 2560
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
1. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
2. พานขันโตกและใบประกาศ จากพระราชพรหมยาน เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเผยแพร่วัฒนธรรมสาขาหมอลำ
3.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร ด้เข้าร่วมกิจกรมมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน(หมอลำกลอนย้อนยุค)งานทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุดรธานี ประจำปี 2553
4..ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร ได้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการแสดงในงานทุ่งศรีเมือง ประจำปี 2554 จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี
5.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร ได้ร่วมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม งานทุ่งศรีเมืองอุดรธานี ประจำปี 2560
6.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร ได้เข้าร่วมกิจกรรมทำข้อมูลการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านหมอลำกลอนจังหวัดอุดรธานี ประจำปี 2560 จากสำนักสิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
7.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร เป็นวิทยากรรายวิชาประวัติการแสดงหมอลำ ภาคเรียนที่1/2558 จากสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัราชภัฏอุดรธานี
8.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร เป็นวิทยากรรายวิชาหมอลำประยุกต์ ภาคเรียนที่2/2558 จากสาขาวิชาศิลปะการแสดง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัราชภัฏอุดรธานี
9.ได้รับใบประกาศเกียรติบัตร เป็นคณะกรรมการประเมินผลการสอบ ผลงานสร้างสรรค์นาฎศิลป์ พ.ศ.2558 จากคณะมนุษยศาสตร์ลัสงคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
1.นักจัดรายการวิทยุ 2.นักแสดง/ถ่ายMV 3.พิธีกร 4.วีเจ โฮมเคเบิ้ลอุดร 5.ประพันธ์เพลง
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
1.ทำธุรกิจโต๊ะจีน “มหาลาภอุดร (บารมีฐานยุตโต) 2.ออแกไนซ์ 3.รับทำบายศรี 4.รับทำขบวนรถแห่
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
อยากให้เยาวชนเห็นความสำคัญของ มรดกอีสาน ทั้งเสียงลำและเสียงแคน ซึ่งเป็นศิลปะที่ชาวต่างชาติชื่นชมและยอมรับ จึงขอให้ช่วยกัน อนุรักษ์และสืบสาน วัฒนธรรมแขนงนี้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้สูญหายไปจากแผ่นดิน เพราะเสียงลำเสียงแคนเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของคนไทยที่ไปได้ทั่วโลก
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 8 เดือนเมษายน พ.ศ.2569