ภูมิหลัง
แม่ครูเริ่มเข้าสู่เส้นทางศิลปินหมอลำตั้งแต่อายุประมาณ 15 - 16 ปี แม่ครูมีความมุ่งมาดปรารถนาในการฝึกฝนวิชาอย่างจริงจัง จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ตามสำนักหมอลำต่าง ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับครูอาจารย์เพื่อปรนนิบัติรับใช้ควบคู่ไปกับการเรียนลำ
สำนักแม่สุธี ดาวหยั่ว (อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย) เป็นสถานที่เริ่มต้นก้าวแรก โดยแม่ครูได้ไปพำนักอยู่ด้วยเป็นเวลา 1-2 ปี ในระหว่างนั้นได้ช่วยทำงานเกษตรกรรม ทำนาให้ท่าน จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจและถ่ายทอดวิชาให้จนสามารถออกงานลำครั้งแรกได้
สำนักพ่อสุวรรณ ปากเข็ด หรือ พ่อสุวรรณ ลิ้นแลน (อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม) หลังจากพื้นฐานเริ่มแกร่งกล้า แม่ครูได้เดินทางไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมกับพ่อสุวรรณที่จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้เวลาฝึกฝนอยู่ที่นี่อีกประมาณ 1 ปี
สำนักอาจารย์ครูตัน (บ้านสร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี) ท่านเป็นปรมาจารย์ที่มีพื้นเพเดิมมาจากตลาดชัย จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงนี้แม่ครูได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก โดยไปใช้ชีวิตทำไร่ทำนาอยู่กับท่านถึง 2 ปี เพื่อศึกษาศาสตร์การลำและการประพันธ์กลอนลำอย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นรากฐานสำคัญในวิชาชีพหมอลำสืบมา
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
แม่ครูนำนามสกุลจริงคือ “แก้วเชียงหวาง” มาใช้เป็นชื่อในการแสดง โดย แม่สุธี (อาจารย์คนแรก) เป็นผู้แนะนำให้เติมคำว่า “บัว” นำหน้าชื่อเดิม (แก้ว) เพื่อความไพเราะ จึงกลายเป็นชื่อ “บัวแก้ว แก้วเชียงหวาง” จนถึงปัจจุบัน
ด้านทำนองลำที่ถนัด
ทำนองพุทไทสง
นอกเหนือจากวรรณศิลป์ในกลอนลำแล้ว “ลีลาการฟ้อน” และ “น้ำเสียง” ของแม่ครูบัวแก้ว ยังเป็นที่ยอมรับว่ามีความงดงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- ลีลาการฟ้อนที่พอดีกับสายตา: แม่ครูได้รับการถ่ายทอดทักษะการฟ้อนมาจากบรมครูโบราณว่า ท่าฟ้อนต้องถูกจังหวะและดูดี วางแขนให้งดงามพอดีกับระดับสายตา โดยเฉพาะ “ปลายนิ้วมือต้องอยู่ระดับสายตาพอดี” ท่าฟ้อนนี้จะทำให้เกิดความสมดุลและสง่างามเมื่อผู้ชมมองขึ้นมาบนเวที จนทำให้แม่ครูได้รับคำชื่นชมจากผู้คนเสมอว่าเป็นคน “ลำสวย” ไม่ว่าจะไปแสดงที่ใดก็ตาม
- น้ำเสียงมาตรฐานตามเกณฑ์: ในด้านกระแสเสียง แม่ครูมีน้ำเสียงที่ไพเราะและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับสูงมาโดยตลอด ไม่เคยมีประวัติเสียงตกหรือบกพร่อง ทำให้การสื่อสารอารมณ์ของกลอนลำส่งถึงคนฟังได้อย่างมีพลัง
แม่ครูสอนว่า การรั้งคนฟังไม่ใช่การลำเล่น ๆ หรือร้องเพลงไปเรื่อยเปื่อย เพราะคนฟังจะไม่สถิตอยู่ด้วย แต่ต้องนำ “เนื้อหากลอนลำที่มีประโยชน์และมีสาระ” มานำเสนอ เช่น นิทานชาดก นิทานธรรมะ (เช่น พระเวสสันดร, พุทธประวัติ) หรือนิทานโบราณคดีและวรรณคดีอีสาน (เช่น ขูลูนางอั้ว, ผาแดงนางไอ่) ซึ่งเนื้อหาที่ทรงคุณค่าเหล่านี้จะทำหน้าที่ตรึงคนฟังให้อยู่กับหมอลำจนสว่าง
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. ชุดลำเกี้ยว
2. ชุดลำเดินดง
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. หมอลำเสงี่ยม ลมบน 2. หมอลำมุดตา ดาวยั่ว 3. หมอประเทื่อง เสียงใส 4. หมอลำสำรอง สาธุการ 5. หมอลำสมนึก สาลิกาลิ้นทอง 6. หมอลำสมบุญ น้ำนิ่งไหลลึก 7.หมอสุมณฑา ธาตุทอง 8.หมอลำดาวเรือง เสียงเสน่ห์ 9.หมอลำคำปุ่น เพชรร้อยเอ็ด 10.หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ 12.หมอลำพิชากร ศรีนครเพ็ญ 13.หมอลำไพบูรณ์ แสนศักดา 14.หมอลำคชากร ชาวกล้า 15.หมอลำเย็นฤดี ศรีนครเพ็ญ 16.หมอลำสุดตา ดาวยั่ว 17.หมอลำจูมบาน ดาวเภา 18.หมอลำประเทือง เสียงใส 19หมอลำเย็นจิต หงษา 20.หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี 21.หมอลำสัญญา บัวผัน 22.หมอลำอำพันธ์ สร้อยสังวาล 23.หมอลำเกตมณี รถด่วน 24.หมอลำหนูเรียบ สนั่นเมือง 25.หมอลำภักดี นามอาษา 26.หมอลำสมนึก ฟ้าสะอื้น 27.หมอลำลำดวน ปาดเข็ด 28.หมอลำเจริญ เสียง เรไร 29.หมอลำดาวใจ ดาวเสด็จ 30.หมอลำบานชื้น ศรีคำเวียง 31.หมอลำจำนงค์ ลือชา 32.หมอลำเสถียร ลมแดง 33.หมอลำบุญหลง รถด่วน 34.หมอลำตะวัน ทัพพงษ์
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1. หมอลำไพบูลย์ แสนศักดา 2. หมอลำพิชากร ศรีนครเพ็ญ 3. หมอลำเย็นฤดี ศรีนครเพ็ญ 4.หมอลำคชากร ชาวกล้า
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
ในฐานะครูผู้สืบทอด แม่ครูบัวแก้วใช้วิธีการสอนลูกศิษย์ตามแนวทางดั้งเดิมที่ตนเคยเรียนรู้มาจากครูบาอาจารย์ โดยเริ่มต้นจากการสอนให้ศิษย์ “หัดเอื้อนเสียงโอ้” เป็นอันดับแรก (แม่ครูเล่าเสริมด้วยความภาคภูมิใจว่า ภาษาลำนั้นต้องใช้ภาษาอีสานหรือภาษาลาวในการอธิบาย จึงจะได้อรรถรสและเต็มคำที่สุด)
ในการสอน "เสียงโอ้" แม่ครูจะสอนอย่างละเอียดว่า:
- โอ้วรรคแรก: ต้องใช้เสียงต่ำ เพื่อเป็นการขยายเนื้อความของหัวข้อกลอนลำ
- โอ้วรรคที่สอง: ต้องปรับเสียงให้สูงขึ้นเพื่อเตรียมเข้าสู่บทถวายครูและประกาศศรัทธา
หลังจากนั้น จึงจะสอนการลำไล่เรียงไปตามลำดับขั้นเป็นยก ๆ (ยกที่ ๑, ๒, ๓) เหมือนที่แม่ครูถอดบทเรียนมา ปัจจุบันลูกศิษย์ของแม่ครูบัวแก้วประสบความสำเร็จและออกรับงานลำอย่างเป็นทางการแล้วหลายท่าน บางท่านทำงานในหน่วยงานราชการ เช่น อบต. หรือบางท่านเรียนจบเป็นมหาแต่มีใจรักในศาสตร์หมอลำ ก็ได้มาต่อกลอนและรับงานลำจนเป็นที่เลื่องชื่อ
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. โรงเรียนเทศบาล 7 2. โรงเรียนเทศบาล 3 3. โรงเรียนเทศบาล 6 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
โล่รางวัลการแข่งขันประกวดหมอลำ จากวัดแก่งคูณ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
ประพันธ์กลอนลำ
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
1.เกษตรกร 2.วิทยากร
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
แม่ครูมีความภาคภูมิใจในศาสตร์หมอลำที่ร่ำเรียนมาอย่างยากลำบาก (สมัยก่อนต้องจุดตะเกียงท่องกลอนตอนตี 2) แม่ครูมีกลอนลำสะสมมากกว่า 200 กลอน และปรารถนาจะส่งเสริมให้ลูกหลานสืบทอดศิลปะแขนงนี้ต่อไปโดยไม่คิดค่าเรียนแพง เพื่อไม่ให้กลอนลำสูญหายไป
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 9 เดือนเมษายน พ.ศ.2569