ภูมิหลัง
จุดพลิกผันของชีวิตเริ่มต้นขึ้นก่อนวัยอันควร หลังจากแต่งงานและมีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกสาวตัวน้อยวัยเพียงปีกว่า สามีอันเป็นที่รักกลับด่วนจากไป ทิ้งให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องเผชิญโลกตามลำพัง ท่ามกลางความเงียบเหงาของต่างจังหวัดที่ไม่รู้จะหันไปประกอบอาชีพอะไรเพื่อเลี้ยงปากท้อง
ในความมืดมนนั้น “ตาจากอุตรดิตถ์” ชายหนุ่มรุ่นตาผู้มองเห็นแวว ได้จุดประกายเส้นทางสายสะตือให้ขยับเขยื้อน ในยุคที่ “หมอลำซิ่ง” กำลังเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแทนที่หมอลำกลอนโบราณที่รำคู่กับแคนและกลอง แม้ความเหนียมอายของหญิงสาวจะทำให้ปฏิเสธในตอนแรก แต่คำให้สติของตาที่ว่า “ไม่ต้องอาย อายุแค่นี้ ไปลองดู” ทำให้คุณแม่ยอมเปิดใจลองฟังเทปหมอลำรุ่นครูอย่าง แม่พัชรี และ พ่อสังวาล เป็นครั้งแรก
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการฝึกท่องกลอนลำอย่างจริงจัง จนตาเห็นความตั้งใจ พาลัดฟ้าไปปักหลักเรียนรู้และรับงานรำที่จังหวัดอุตรดิตถ์นานถึง 2 ปีเต็ม โดยที่คนทางบ้านเกิดไม่มีใครรู้เลยว่าคุณแม่กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ดวงใหม่ของวงการหมอลำที่ภาคเหนือ จนกระทั่งผู้เป็นพ่อตามไปเห็นด้วยตาตัวเองถึงกับยอมกู้เงินจาก ธ.ก.ส. จำนวน 15,000 บาท ซึ่งถือเป็นเงินก้อนใหญ่ในสมัยนั้น เพื่อส่งเสียให้ลูกสาวได้เรียนหมอลำอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
คุณแม่เริ่มต้นเรียนรำอย่างเป็นทางการกับอาจารย์รุ่นเก่าผู้ไร้ชื่อเสียง แต่มีท่วงทำนองที่ไพเราะจับใจที่บ้านกุดจิก เขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยแรงผลักดันที่ต้องเลี้ยงลูกสาว แม่ใช้เวลาเพียง 6 เดือน ท่องจำกลอนลำได้อย่างแม่นยำกว่า 70 กลอน กลางวันเลี้ยงลูก ตกเย็นซ้อมรำกับหมอแคนและนักดนตรี ได้วิชาเพิ่มวันละกลอนอย่างไม่ย่อท้อ หลังจากนั้น เส้นทางสายศิลปินก็โลดแล่นผ่านสำนักครูเพลงชื่อดังหลายท่าน
- แม่ดอกไม้ กามสาคร (อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น) ในยุคที่ไก่ย่างเขาสวนกวางยังราคา 5 ตัว 100 บาท ได้ร่วมรำกับ พ่อประเถือน เสียงใส และ หมอลำถาวร โตคัมภีร์
- แม่รัศมี บัวเงิน ได้ฝึกปรือกลอนลำของ พ่อสุนทร ไพรรุ่งเรือง อยู่เต็มปี
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นยุคที่หมอลำซิ่งเฟื่องฟูสุดขีดในวัย 20 กว่าปี คุณแม่ได้ก้าวเข้าสู่ "ดงหมอลำข้างวัดมัชฌิมาวาส" จังหวัดอุดรธานี ในยุคที่ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย เจ้าภาพที่อยากจ้างงานต้องเดินทางมาเลือกหมอลำด้วยตัวเองท่ามกลางวงหมอลำที่ตั้งเรียงรายนับไม่ถ้วน จนคุณแม่ได้ก่อตั้งคณะของตัวเองในนาม “คณะจุรีรัตน์ งามเวที และเล็กอุดร” มีงานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ก่อนจะผันตัวมาเป็นครูหมอลำกลอน ถ่ายทอดวิชาให้แก่ลูกศิษย์รุ่นเด็กๆ อีกมากมาย
แม้จะเชี่ยวชาญทำนองสารคาม-ขอนแก่น จนขึ้นใจ แต่หัวใจของศิลปินไม่เคยหยุดพัฒนา ในปี พ.ศ. 2560 แม่มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ แม่บุญซวง เด่นดวง บรมครูหมอลำทำนองอุบล"แม่จะเอาค่าครูเท่าไหร่ หนูอยากให้แม่ช่วยปรับท่วงทำนองใหม่ให้หนูหมดเลย"คุณแม่นำกลอนลำยาว 4 กลอนฮิต ทั้ง บุญซวงคะนึงหา, ลองลา, พระธาตุพนมหลง และประวัติเวียงจันทร์ ไปให้แม่บุญซวงช่วยขัดเกลาและใส่สำเนียงอุบลอันอ่อนช้อยลงไป จนในปัจจุบัน เธอได้รับการยอมรับว่าเป็นหมอลำผู้อเนกประสงค์และครบเครื่องที่สุดคนหนึ่ง "หากเจ้าภาพต้องการความสนุกสนาน จังหวะโจ๊ะๆ เร้าใจ แม่จัดทำนองสารคาม-ขอนแก่นให้... แต่หากเจ้าภาพอยากฟังความอ่อนช้อย ละเมียดละไม ล่องรำตามแบบฉบับดั้งเดิม แม่ก็หยิบทำนองอุบลของแม่บุญซวงขึ้นมาขับขาน ทุกอย่างเนรมิตได้ตามใจเจ้าภาพปรารถนา"
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
หมอลำจุรีรัตน์ งามเวที โดย “แม่ครูรัศมี บัวเงิน” เป็นผู้ตั้งฉายา “งามเวที” ให้
ด้านทำนองลำที่ถนัด
สามารถลำได้หลายทำนอง ทั้งขอนแก่น, มหาสารคาม และอุบลราชธานี
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
อัตลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของแม่จุรีรัตน์ คือการมุ่งเน้นมอบ “ความสนุกสนานและความมีเสน่ห์” ให้แก่ผู้ชม แม่จุรีรัตน์ปฏิเสธความหยาบคายในการแสดงอย่างสิ้นเชิง โดยมีหลักการส่วนตัวว่าจะไม่ใช้คำหยาบโลนในการดึงดูดความสนใจ แต่วิธีการสร้างอารมณ์ขันของแม่คือการใช้ “มุกตลกเชิงเปรียบเปรย” มีลักษณะของการพูดแบบ "ปิด ๆ บัง ๆ" เพื่อชวนให้คิดตาม ซึ่งเป็นตลกที่นุ่มลึก สะอาดบริสุทธิ์ และคงไว้ซึ่งศิลปะอันงดงาม
นอกจากนี้ในเรื่องของ “สไตล์การแต่งกาย” แม่จุรีรัตน์เน้นย้ำเรื่องความสวยงาม เรียบร้อย และ “ไม่แต่งตัวโป๊” แม่จะเลือกเสื้อผ้าที่ดูดีและเหมาะสมกับกาลเทศะเสมอ แม้จะเป็นงานรื่นเริงก็นำเสนอภาพลักษณ์ที่ภูมิฐาน เพื่อเป็นการให้เกียรติทั้งตัวเองและผู้ชม
หนึ่งในความท้าทายที่สุดของหมอลำกลอนคือ การปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม สำหรับแม่จุรีรัตน์แล้ว แม่เผยว่า “ไม่มีสูตรการแสดงที่ตายตัว” แต่จะใช้เทคนิคการ “ดูหน้างานและอ่านเหตุการณ์หน้าเวที” เป็นหลัก
“การแสดงแต่ละงานไม่เหมือนกัน บางงานเป็นงานส่วนตัว บางงานเป็นงานรื่นเริง สนุกสนาน หรือบางงานเป็นงานบุญอุทิศส่วนกุศล เราต้องดูหน้าเวทีว่าควรใช้เทคนิคหรือลูกล่อลูกชนแบบไหน เพื่อให้คนดูอินไปกับเราและติดตามเราจนจบงาน”ความยืดหยุ่นและการประยุกต์ใช้นี้เองที่เป็นดั่งสะพานเชื่อมใจให้แม่จุรีรัตน์ครองใจผู้ฟังในทุกเวทีที่ก้าวไป
สิ่งที่ทำให้ผู้คนหลงรักและจดจำแม่จุรีรัตน์ได้เป็นอันดับแรก ๆ คือ “น้ำเสียงและการคัดสรรกลอนลำที่ไม่ซ้ำใคร” แม่จุรีรัตน์มีคลังกลอนลำที่หลากหลายและเลือกใช้ตามประเภทของงานอย่างแม่นยำ เช่น งานบวชจะใช้กลอนเกี่ยวกับการบวชและการทดแทนคุณ งานบุญประจำปีหรือบุญเดือนสี่ (บุญผะเหวด) ก็จะมีกลอนลำเฉพาะงาน และหากเป็นงานอุทิศส่วนกุศล แม่จะใช้ “กลอนสังขาร” เพื่อสะท้อนสัจธรรมของชีวิต
เนื่องจากแม่จุรีรัตน์ได้เรียนวิชากลอนลำมาตั้งแต่สมัยอายุยังน้อย คลังสมองของแม่จึงเต็มไปด้วยกลอนลำโบราณเนื้อหาหนักแน่น ท่วงทำนองและเนื้อหาที่ลึกซึ้งนี้สามารถสะกดผู้ฟังให้ดิ่งลึกไปกับเนื้อหา โดยเฉพาะ “บทโศก” ที่แม่สามารถลำจนผู้เฒ่าผู้แก่หน้าเวทีกลั้นน้ำตาไว้ไม่ลืมเลือน ดั่งเช่นตัวอย่างท่อนลำเตือนสติเรื่องความตายที่ว่า"เกิดแก่เจ็บตายนั้น มันคือเสี่ยวสหายกัน... เฮาไปไสก็ตามส่น นำเฮาสู่บาทก้าว..."
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. อัดผลงานลง YouTube ของ "กล้วย มิวสิค" ที่จังหวัดขอนแก่น
2. บันทึกการแสดงสดไว้ใน Facebook ส่วนตัวชื่อ "หมอลำกัลยา เสียงระฆังเงิน"
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เวียงจันทน์, เซกอง)
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ
1. หมอลำสมพงษ์ มาพร 2. หมอลำชัยพร ชัยชนะ 3. หมอลำชาติชาย เสียงกระดิ่งทอง 4. หมอลำแม่บุญช่วง เด่นดวง 5.หมอลำประเทือง เสียงใส 6.หมอลำถาวร ตู้คัมภีร์ 7.หมอลำบุญเพ็ง พระเหล็กไหล 8.หมอลำสมพงษ์ มาพร 9.หมอลำราชันย์ พันล้าน 10.หมอลำชาติชาย เสียงกระดิ่งทอง 11.หมอลำชัยพร ชัยชนะ 12.หมอลำสาคร นกเขาขัน 13.หมอลำปรีชา นนท์ลือชา 14.หมอลำรูซี่ ฆ้องสามจูม 15.หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี 16.หมอลำบัญชา ไพศาล 17.หมอลำสมคิด กระทิงทอง 18.หมอลำสมบัติ ศรีทะบาล 19.หมอลำสังวาลน้อย ดาวเหนือ 20.หมอลำทองพูล หนวดเหล็ก 21.หมอลำมนตรี รถด่วน 22.หมอลำบุญยัง ปากเข็ด 23.หมอลำลำดวน ปากเข็ด 24.หมอลำพรเจริญ ปาดเข็ด 25.หมอลำอานนท์น้อย ลมบน 26.หมอลำยอดรักษ์ ธาตุไพบูลย์ 27.หมอลำพรชัย นกเขาขัน 28.หมอลำสุพรรณ ดาวเหนือ 29.หมอลำไสวน้อย ดาวเหนือ 30.หมอลำไมโคร ดาเหลา 31.หมอลำเรวัฒิ เสียงใส 32.หมอลำสมบัติ ฟ้าสนั่น 33.หมอลำพรแก้ว วิเศษ 34.หมอลำอภิชัย ใจดี 35.หมอลำอนันต์น้อย พระเหล็กไหล 36.หมอลำสายันต์ ทอแสง 37.หมอลำบุญเพ็ง พระเหล็กไหล 38.หมอลำสุดใจ แดนอุดร
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1. หมอลำวิภาดา งามเวที 2. หมอลำสุมลี งามเวที (เสียชีวิตแล้ว) 3. หมอลำชาญชัย ดาวอีสาน
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
ในบทบาทของการสืบสานทักษะ แม่จุรีรัตน์มีวิธีสอนลูกศิษย์ที่เฉียบคมและเน้นการปฏิบัติจริง ขั้นตอนการเคี่ยวกรำของแม่ประกอบด้วย:
- การเขียนกลอนลำให้ท่องจำ: ลูกศิษย์ทุกคนต้องจำบทกลอนให้ขึ้นใจและแม่นยำเพื่อไม่ให้หลง
- การซ้อมภาคพื้นดิน: ฝึกฝนท่วงท่าและทำนองอยู่ด้านล่างเวที
- การฝึกบนเวทีจริง: แม่จุรีรัตน์มักจะพาลูกศิษย์ขึ้นไปแสดงบนเวทีจริงไปพร้อม ๆ กับแม่
แม่จุรีรัตน์ให้แง่คิดที่ลึกซึ้งว่า “ต่อให้ซ้อมข้างล่างเก่งแค่ไหน ท่องบทดีเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่เคยผ่านการยืนบนเวทีจริงที่มีคนดูเยอะ ๆ ก็ไม่มีวันลำเก่งได้ เพราะบรรยากาศและแรงกดดันนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
แนะนำให้เยาวชนศึกษาจากผู้ที่เก่งและเป็นศิลปินรุ่นครูหลายๆ ท่าน อย่าดูแค่คนเดียว แล้วนำจุดเด่นของแต่ละคนมาปรับใช้กับคนหรือสไตล์ของตนเอง
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
รางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดราชาเสียงทอง
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
ประพันธ์กลอนลำ
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
ค้าขายอาหารและกับข้าว
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ
การจะเป็นหมอลำที่เก่งต้องเริ่มจาก "ใจรัก" หากใจไม่รักจะทำได้ยากในยุคใหม่ หมอลำต้องพัฒนาการสื่อสารให้ผู้ชม "เห็นภาพ" ตามเนื้อหาของกลอนลำ และปรับจังหวะดนตรีให้ทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบัน
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 10 เดือนเมษายน พ.ศ.2569