ภูมิหลัง
ตอนนั้นถ้าเทียบกับคนอื่นก็อาจจะดูเหมือนเริ่มช้าใช่ไหมคะ? แต่สำหรับฉันแล้ว มันเริ่มต้นขึ้นมาจากคำว่า "ใจรัก" ล้วน ๆ เลยค่ะ เวลาเห็นหมอลำเขาแสดง เห็นเขาอยู่บนเวที ในใจมันจะรู้สึกตื่นเต้น มีความสุข และลึก ๆ มันคอยบอกตัวเองเสมอว่า “เราต้องทำได้สิ” นั่นแหละค่ะคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันเลือกยึดอาชีพหมอลำเป็นอาชีพหลักมาจนถึงทุกวันนี้
แต่บอกเลยนะว่า วันแรกที่เดินเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์น่ะ มันไม่ง่ายเลยค่ะ... ยากมาก! ถ้าใจไม่รัก ใจไม่สู้จริง ๆ ไม่มีทางเป็นได้เลย เราต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความขยัน และความอดทนอย่างที่สุด ต้องหมั่นศึกษา คอยดูคนนั้นคนนี้ แล้วก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองด้วยว่าตรงไหนยังไม่ดี เพื่อจะได้คอยปรึกษาและปรับปรุงกับอาจารย์
ฉันเริ่มเรียนรำครั้งแรกกับ อาจารย์พัชรี แก้วเสด็จ ค่ะ อยู่ศึกษาและสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ ประมาณ 4-5 ปี จากนั้นจึงได้ขยับขยายมาเรียนเพิ่มเติมกับ แม่ปรีดา แก้วเสด็จ และ อาจารย์นันทนา แก้วเสด็จ เรียนกับสามแม่ครูเลยค่ะ ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านก็มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง พอไปเรียนกับแม่พัชรี ฉันก็บอกท่านว่า “หนูอยากได้ฉายานี้” แม่พัชรีท่านก็เลยอนุญาตให้ใช้ชื่อสกุลของสำนักครู ตั้งชื่อในการแสดงให้ว่า “อรวี แก้วเสด็จ” เพื่อเป็นเกียรติและเป็นมงคลแก่ตัวฉันค่ะ
จำได้เลยว่าตอนเรียนเนี่ย ลำดับแรกสุดคือเราต้องนำ "กลอนลำ" จากแม่ครูมาท่องก่อน ท่องจนกว่าจะจำได้ขึ้นใจ จากนั้นถึงจะได้มาซ้อมใส่แคน แม่ครูก็จะมานั่งฟังใกล้ ๆ คอยเช็กว่าเราทำได้ไหม จังหวะและทำนองของเราเข้ากับเสียงแคนหรือเปล่า เราต้องหาประสบการณ์จากการซ้อมค่ะ เริ่มจากซ้อมเล่น ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นจริงจัง ความขยันในการซ้อมนี่แหละค่ะที่ทำให้เราเก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ฉันแตกฉานและถนัดในกลอนลำทำนอง รำหย่าว, รำเต้ย และรำเดินขอนแก่น ซึ่งเป็นสไตล์ลำซิ่งประยุกต์ที่ฉันถนัดที่สุด
สมัยที่เริ่มเป็นหมอลำใหม่ ๆ ฉันรับงานผ่านสำนักงานของแม่ครูพัชรี แก้วเสด็จ และอาจารย์ปรีดา แก้วเสด็จ ค่ะ ท่านเป็นคนคอยรับงานและจัดการเช็กตัวให้ ยุคนั้นจะเป็นการเช็กตัวเป็นส่วนบุคคลให้ไปขึ้นเวทีร่วมกับวงนู้นวงนี้เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ถ้านึกย้อนไปก็มีหลายวงมาก เช่น วงแม่เลิศนภา กระดิ่งทอง, วงแม่จุรีรัตน์ งามเวที แล้วก็วงของด็อกเตอร์แจ็คก็เคยเช็กตัวฉันไปรำด้วยเหมือนกันค่ะ
ตอนนั้นมีเพื่อนร่วมรุ่นที่เติบโตและรำด้วยกันมาตั้งแต่แรก อย่างหมอลำฝ่ายชายที่เป็นคู่รำกันก็มี บอล ธีรชัย พันแสน, ไชโย ลูกอีสาน, พี่ราชัน พันล้าน, พี่นก (สาคร นกเขาขัน) แล้วก็พี่หมิว ส่วนหมอลำผู้หญิงที่เป็นดาวรุ่งพร้อม ๆ กันในรุ่นก็จะมี บุษบา แก้วเสด็จ, เพ็ญนภา ธาตุทอง และจรรยา แก้วเสด็จ ค่ะ
ทำงานสายนี้มา ฉันอาจจะยังไม่เคยออกเทปหรือมีผลงานเป็นอัลบั้มของตัวเองนะคะ แต่ถ้าเป็นผลงานบน YouTube นี่มีแน่นอนค่ะ ลองเข้าไปค้นชื่อ "อรวี แก้วเสด็จ" ได้เลย ฉันจะลงคลิปพวกกลอนรำซิ่ง, รำหย่าว, รำเดินขอนแก่น เอาไว้ให้แฟน ๆ ได้ฟังกัน ส่วนในเฟสบุ๊คส่วนตัวจะใช้ชื่อ "อรวีจ้า" สามารถทักมาพูดคุยหรือติดต่องานกันได้ค่ะ
ตลอดชีวิตการแสดง ฉันเคยไปประกวดและได้รับรางวัลโล่เชิดชูเกียรติมาบ้างเหมือนกันค่ะ อย่างงานที่ลีโอจัดขึ้นที่เซ็นทรัล ตอนนั้นแข่งเป็นประเภทวงรำซิ่ง ฉันก็ได้รางวัลที่ 2 มาครอง ต่อมาไปประกวดประเภทคู่ในงานพุทราหวานของอำเภอคำม่วง (บ้านโพน) จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนนั้นเราก็ลำเต้ยเกี่ยวกับงานพุทรา รำเกี่ยวกับประเพณีและเรื่องราวของงานที่เขาจัด ก็คว้ารางวัลที่ 2 มาได้อีก รวมถึงเวทีประกวดที่อำเภอกุดจับ ฉันก็ได้รางวัลที่ 2 เหมือนกันค่ะ
นอกจากเวทีในไทยแล้ว ฉันยังเคยเดินทางไปแสดงที่ต่างประเทศด้วยนะคะ คือเคยไป ประเทศ สปป.ลาว มาเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ทางเจ้าภาพฝั่งนู้นเขาจ้างฉันไปรำในงานบวช บอกเลยว่าบรรยากาศสนุกสนานและครื้นเครงมาก ๆ คนลาวน่ารัก ต้อนรับดีคล้าย ๆ บ้านเราเลยค่ะ ผู้ชมเยอะมาก เขาก็ดื่มแอลกอฮอล์เต้นกันเต็มที่ แถมเงินทิพย์ก็เยอะมาก เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจสุด ๆ เลยค่ะ ส่วนงานเพื่อสังคม ฉันก็เคยไปเป็นวิทยากรช่วยถ่ายทอดความรู้และรำในโครงการทอผ้าของ กศน. (หรือ สกร. ในปัจจุบัน) อำเภอหนองแสง โดยไปจัดกิจกรรมที่อำเภอโนนสะอาดมา 2 ครั้งค่ะ
ทุกวันนี้ฉันก็ยังรับงานหมอลำอยู่เรื่อย ๆ นะคะ ไปเดี่ยวก็ไป หรือจะไปเป็นวงก็มีวงของตัวเองคือ "วงรำกลอนประยุกต์" ค่ะ สลับกับทำอาชีพเสริมคือทำไร่อ้อยไร่มันสำปะหลังควบคู่กันไป และถ้าวันไหนมีเด็ก ๆ รุ่นใหม่มาถามว่าอยากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ฉันมักจะแนะนำด้วยความหวังดีเสมอค่ะว่า ให้ไปเรียนกับครูบาอาจารย์ต้นสำนักอย่างแม่ครูพัชรีหรือแม่ครูปรีดาโดยตรงจะดีที่สุด เพราะท่านยังมีชีวิตอยู่ และท่านสามารถสอนได้เก่งและเต็มภูมิมากกว่าฉันแน่นอนค่ะ
ความเป็นมาฉายาหมอลำ
เมื่อไปเรียนกับแม่ครูพัชรี แก้วเสด็จ เธอได้แจ้งความประสงค์ว่าอยากใช้ฉายานี้ แม่ครูจึงแต่งตั้งชื่อให้เป็น “อรวี แก้วเสด็จ” เพื่อให้ใช้นามสกุลสายคณะ
ด้านทำนองลำที่ถนัด
ทำนองขอนแก่น กลอนลำในจังหวะลำยาว ลำเต้ย และลำซิ่ง
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
เรื่องแรกเลยคงเป็นเรื่อง "ทำนองลำ" ค่ะ ด้วยความที่ตัวฉันเองเป็นคนชอบความตื่นเต้น ชอบความสนุกสนานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เวลาขึ้นเวทีฉันเลยจะเลือกใช้กลอนลำทำนองประยุกต์และลำซิ่งเป็นหลัก โดยเฉพาะทำนอง "รำหย่าว" กับ "รำเต้ย" นี่บอกเลยว่าเป็นท่วงทำนองที่ฉันถนัดและเข้ามือที่สุดแล้วค่ะ เวลาขึ้นเวทีทีไร ฉันจะเน้นจังหวะที่มันกระชับ เร้าใจ เอาให้คนดูหน้าเวทีได้ยินแล้วอยู่เฉยไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาฟ้อนรำไปด้วยกัน มันถึงจะสะใจและมีความสุขทั้งคนลำคนฟังค่ะ
เรื่องที่สองคือ "ไหวพริบและการหยิบเรื่องรอบตัวมาลำ" ฉันคิดว่าหมอลำซิ่งที่ดีมันต้องตาไวหูไวค่ะ เวลาฉันไปลำที่ไหน ฉันจะชอบสังเกตและหยิบเอาประเพณี วัฒนธรรม หรือเรื่องราวเด่น ๆ ของท้องถิ่นนั้น ๆ มาแต่งเข้ากลอนลำสด ๆ หน้างานเลย อย่างตอนที่ฉันไปประกวดแล้วได้รางวัลที่ 2 ในงานเทศกาลพุทราหวานที่อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตอนนั้นฉันก็สอดแทรกเรื่องราวของดีคู่เมืองประเพณีพุทราหวานลงไปในทำนองลำเต้ยสด ๆ จนถูกใจทั้งกรรมการและพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ร้องกันเกรียวกราวเลยค่ะ
ส่วนเรื่องสุดท้าย ฉันคิดว่าเป็นเรื่อง "ตัวตนของฉันเอง" ทั้งหน้าเวทีและหลังเวทีค่ะ บนเวทีฉันอาจจะเป็นนักเอนเตอร์เทนที่พยายามเข้าถึงแฟนเพลงทุกคน เป็นกันเอง สนุกสนานไปกับเขา แต่ลึก ๆ ในใจของฉัน สิ่งที่ฉันยึดมั่นมาตลอดคือ "ความถ่อมตนและการเคารพครูบาอาจารย์" ศิลปินหมอลำถ้าไม่มีครูบาก็มาไม่ได้ไกลหรอกค่ะ เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่มีเด็ก ๆ หรือคนรุ่นใหม่มาถามว่าอยากเรียนลำกับฉัน ฉันมักจะบอกเขาเสมอว่า “ไปเรียนกับครูแม่ครูพัชรีหรือแม่ครูปรีดาโดยตรงเถอะลูก” เพราะท่านยังมีชีวิตอยู่และพร้อมจะถ่ายทอดวิชาได้เต็มภูมิมากกว่าฉันเยอะ
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ ได้แก่
1.หมอลำราชัน พันแสน 2.หมอลำสุรพงษ์ พันแสน 3.หมอลำมงคลชัย นักเขาขัน 4.หมอลำสำราญ ดาวรุ่ง 5.หมอลำรุ่งอมร พรสวรรค์ 6.หมอลำพง๋ษ์พัน พงษ์อนัน 7.หมอลำไกรสร ก้องอิสาน 8.หมอลำเรวัต ฟ้าสะอื้น 9.หมอลำบุญชู ฟ้าสะอื้น 10.หมอลำรักเล่ เสียงทอง 11.หมอลำจอมเทพ พันแสน 12.ไหมอลำชโย ลูกอิสาน 13.หมอลำนพพร ดาวเสด็จ 14.หมอลำสมคิด ฟ้าสนั่น 15.หมอลำพายุ จรวดทอง 16.หมอลำบุญหลง ฟ้าฮ่วน 17.หมอลำสุรชัย เสียงใส 18.หมอลำนันทชัย คำมั่น 19.หมอลำทิวากร ปากเข็ด 20.หมอลำพรเจริญ ปากเข็ด 21.หมอลำนนทชัย คำมั่น
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
แม้จะมีคนมาขอเรียนด้วย แต่คุณแม่สุพรรณีมักแนะนำให้ไปเรียนกับอาจารย์พัชรีโดยตรง เนื่องจากมองว่าตนเองอาจจะสอนได้ไม่ดีเท่าครูบาอาจารย์ที่ยังมีชีวิตอยู่
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
กศน. อำเภอหนองแสง
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดหมอลำซิ่งในงานลีโอเบียร์
2. รางวัลอันดับที่ 2 จากการประกวดหมอลำในระดับอำเภอคำม่วง (งานพุทราหวาน บ้านโพน)
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
อาชีพเกษตรกรทำไร่อ้อยและมันสำปะหลัง
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
ผู้ที่จะมาเรียนต้องมีใจรัก มีความอดทน มีความรับผิดชอบ และต้องฝึกฝนอย่างหนัก ด้านการอนุรักษ์อยากให้เยาวชนช่วยกันสืบทอดโดยการมาเรียนรู้ หรือจัดงานแสดงหมอลำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ศิลปะแขนงนี้สูญหายไป
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 10 เดือนเมษายน พ.ศ.2569