ภูมิหลัง
ความหลงใหลในศิลปะหมอลำของท่านเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงอายุ 8 - 10 ปี โดยมีภาพจำอันงดงามจากอา (คุณพ่อหมอลำสำรอง สาธุการ) ที่แต่งกายด้วยชุดหมอลำวิจิตรบรรจงเพื่อไปทำการแสดง ความสง่างามในยามนั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ท่านอยากก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้
ด้วยความมุ่งมั่น ท่านจึงขอให้คุณพ่อพาไปฝากตัวเป็นศิษย์กับ อาจารย์สำรอง สาธุการ โดยมีเรื่องราวอันเป็นตำนานของการแลกเปลี่ยนวิชาคือค่าบูชาครู คุณพ่อได้จูง “ควายด่อน” (ควายเผือก) จำนวน 1 ตัว มอบให้แก่อาจารย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนวิชาลำ ความมานะอุตสาหะ ท่านใช้เวลาเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนักถึง 2 ปี เพื่อท่องจำกลอนลำที่มีเนื้อหามากกว่า 1,400 กลอน จนสามารถจดจำได้ขึ้นใจทั้งหมด
ท่านเป็นศิลปินที่สืบทอดและเชี่ยวชาญ “ทำนองพุทไธสง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์สำรองโดยตรง นอกจากนี้ท่านยังไม่หยุดพัฒนาตนเอง โดยได้เข้ารับการชี้แนะและถ่ายทอดวิชาเพิ่มเติมจากศิลปินชั้นครูอีกหลายท่าน อาทิ แม่ราตรีศรีวิไล ศิลปินแห่งชาติผู้เชี่ยวชาญด้านลำกลอนและลำซิ่ง อาจารย์บัวผัน ดาวคะนอง ปรมาจารย์หมอลำผู้มีชื่อเสียง
ความเป็นมามาฉายาหมอลำ
เดิมใช้ชื่อจริงคือ สำลี สาธุการ ต่อมาเมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังจนคนสงสัยว่าเป็นภรรยาของหมอลำสำรองหรือไม่ พ่อใหญ่คำหอมจึงเปลี่ยนฉายาให้เป็น “สำลีน้อย ประธานพร
ด้านทำนองลำ
ทำนองขอนแก่น
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะหมอลำกลอนรุ่นเก่าที่สืบทอดองค์ความรู้จากครูหมอลำโดยตรงตั้งแต่วัยเด็ก มีความสามารถด้านการลำกลอนแบบดั้งเดิมและเชี่ยวชาญทำนองพุทไธสง ซึ่งเป็นทำนองเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดอารมณ์และลีลาการลำได้อย่างไพเราะ นอกจากนี้ยังเป็นผู้อนุรักษ์และถ่ายทอดศิลปะหมอลำอีสานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแสดง การเป็นโฆษกงานบุญ และการสอนร้องสรภัญญะ สะท้อนถึงความผูกพันกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอีสานอย่างชัดเจน
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. ชุดผู้ชายปากตะไก
2. ชุดเจ็บใจ บาร์เรน - พระเวชทานช้าง
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
ประเทศลาว
การแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. คณะแชมป์อีสาน : ร่วมงานกับพ่อใหญ่คำหอม มีผลงานบันทึกเทปหลายชุด เช่น ลำเดินพระเวสสันดร
2. คณะเสียงอีสาน : ร่วมงานกับ แม่นกน้อย อุไรพร โดยได้รับบทเป็น “แม่พญา” ในลำเรื่องต่อกลอนเรื่อง “ท้าวสามเป่า”
3. พ่อพรศักดิ์ ส่องแสง
4. หมอลำสำรอง สาธุการ และอีกมากมายบางท่านจำชื่อไม่ได้ บางท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1.นายสมจิตรน้อย เรืองเดช 2. พัชรีน้อย 3.ประธานพร
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
เน้นการเรียนรู้แบบครูพักลักจำและการฝึกปฏิบัติจริง โดยให้ลูกศิษย์เริ่มจากการท่องจำบทกลอนลำให้แม่นยำก่อน แล้วจึงฝึกทำนอง การเอื้อนเสียง และลีลาการแสดงตามแบบแผนหมอลำดั้งเดิม นอกจากนี้ยังเน้นความอดทน ความขยัน และความรักในศิลปะหมอลำ เพราะเชื่อว่าหากไม่มีใจรักและความมุ่งมั่นก็จะไม่สามารถพัฒนาจนขึ้นแสดงบนเวทีได้ อีกทั้งยังถ่ายทอดความรู้ผ่านการสอนร้องสรภัญญะ การเป็นพิธีกรงานบุญ และการนำลูกศิษย์เข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและสืบสานภูมิปัญญาหมอลำอีสานต่อไป
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
เคยไปถ่ายทอดความรู้ด้านหมอลำและสรภัญญะให้กับสถาบันการศึกษาและชุมชนต่าง ๆ เช่น ที่อำเภอโพนพิสัย
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
1. รางวัลชนะเลิศจากการประกวดหมอลำแคน 3 วัน 3 คืน ที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวดที่สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาสารคาม
2. รางวัลอันดับที่ 2 จากการประกวดหมอลำกว่า 100 คู่ ที่ช่อง 11 ขอนแก่น
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
โฆษก/พิธีกร
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
โฆษกประจำวัดและงานพิธีต่าง ๆ ในชื่อ “แม่ใหญ่พรรณพร นามอาสา” โดยใช้ทักษะการพูดและการอวยพรที่อ่อนหวานเป็นเอกลักษณ์
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ
แม้ปัจจุบันจะประกอบอาชีพโฆษกและทำไร่นา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่ท่านยังคงรักในศิลปะหมอลำและพร้อมที่จะลำให้ฟังเสมอหากมีคนระลึกถึง นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงเยาวชนรุ่นหลังและอยากให้ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมอีสานสืบต่อไป
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2569