นางคำปุ่น โคสินท์
ศิลปินมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

หมอลำคำปุ่น เพชรร้อยเอ็ด

← กลับสู่หน้าหมอลำอุดรฯ

ภูมิหลัง

เส้นทางสายศิลปินของแม่ครูคำปุ่นเริ่มต้นขึ้นเมื่ออายุ 16 ปี โดยมี นางอรุณ อนุมมาศ ผู้เป็นมารดาเป็นครูสอนลำคนแรก ในช่วงเริ่มต้นนั้น แม่ครูยอมรับว่าไม่ได้มีความชื่นชอบในการลำกลอน เนื่องจากในสมัยนั้นกระแสความนิยมของการลำกลอนดูจะไม่สนุกสนานเท่ากับการเป็นนางเอกหมอลำซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านปรารถนามากกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยความเข้มงวดและการผลักดันของมารดาที่บังคับให้ฝึกฝนการลำกลอนอย่างหนัก ทำให้ท่านเกิดความเชี่ยวชาญและวางรากฐานที่สำคัญในการเป็นศิลปินนับแต่นั้น

นอกเหนือจากมารดา แม่ครูยังได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ คุณแม่ทองย้อย พี่ศิน อาจารย์ลำจากอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือเป็นอาจารย์คนที่สองที่ช่วยขัดเกลาฝีมือ

ในด้านชีวิตคู่ ท่านได้สมรสกับ นายขจร กิจเพชร ซึ่งเป็นหมอแคนและเจ้าของสำนักงานหมอลำตั้งอยู่ข้างวัดมัชฌิมาวาส ความสัมพันธ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ยังเป็นที่มาของฉายาในวงการว่า “เพชรร้อยเอ็ด” ซึ่งใช้ในการแสดงเรื่อยมา

ในช่วงกว่า 40 ปีก่อน แม่ครูคำปุ่นเคยมีผลงานบันทึกเสียงร่วมกับ อาจารย์บ่าวเรือง เสียงเสน่ห์ ศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในยุคทอง นอกจากนี้ยังมี อาจารย์พัชลี แก้วเสด็จ ศิลปินคู่ใจที่ร่วมงานและคอยดูแลเกื้อกูลกันมาอย่างยาวนาน

ครั้งหนึ่งแม่ครูเคยต้องละทิ้งวงการหมอลำไปนานกว่า 40 ปี เนื่องจากปัญหาครอบครัวและความหึงหวงของอดีตคู่ครองในขณะนั้น ทำให้ขาดช่วงจากการมอบความสุขผ่านเสียงลำไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งหลังจากที่ฝ่ายชายได้เสียชีวิตลง แม่ครูจึงได้ตัดสินใจหวนคืนสู่เส้นทางศิลปินที่รักอีกครั้งเพื่อสืบสานตำนานลำกลอนให้คงอยู่

ความเป็นมาฉายาหมอลำ

เดิมชื่อ คำปุ่น เสียงกระดิ่งทอง ต่อมาใช้ชื่อ คำปุ่น เพชรร้อยเอ็ด (คำว่า “เพชร” นำมาจากชื่อสำนักงานหมอลำของสามี)                                                      

ด้านทำนองลำที่ถนัด

กลอนลำ ทำนองขอนแก่น                                              

อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง

คุณแม่คำปุ่นเป็นหมอลำที่มีเอกลักษณ์ในการ "ลำใส่แคน" โดยใช้ทำนองหลักคือ "ทำนองสลับสีพันดอน" ซึ่งเป็นทางลำดั้งเดิมที่มีความไพเราะและเป็นเอกลักษณ์ของทางขอนแก่นและอุดรธานี

ในส่วนของท่าฟ้อนและการแสดงนั้น คุณแม่เน้นความเรียบง่ายตามแบบแผนบ้านเมืองดั้งเดิม ไม่ได้มีท่าฟ้อนที่จำกัดตายตัว แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือความรักในงานแสดงและการลำที่เข้าถึงอารมณ์ จนทำให้เจ้าภาพและผู้ฟังจดจำได้ดี 

ผลงานการบันทึกเทป ซีดี

บันทึกเทปที่ ราชบุตรสตูดิโอ                                      

ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ 

1. หมอลำบ่าวเรือง เสียงเสน่ห์   2. หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ   3. หมอลำดาวเรือง เสียงเสน่ห์   4. หมอลำลำดวน ปากเข็ด   5. หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี   6.หมอลำประยูร บี52   7.หมอลำรูซี่ ฆ้องสามจูม   8.หมอลำสำรวย เสียงกระดิ่งทอง   9.หมอลำลำดวน ปากเข็ด   10.หมอลำสุดใจ แดนอุดร   12.หมอลำสังวาล ดาวเหนือ   13.หมอลำบัวแก้ว แก้วเชียงหวาง   14.หมอลำณัฐพรจ่าโส   15.หมอลำเลิศนภา กระทิงทอง    16.หมอลำปรีดา แก้วเสด็จ   17.หมอลำจินตนา ปากไฟ   18.หมอลำลาวัลย์ ดาวเหนือ   19.หมอลำเสงี่ยม ลมบน   20.หมอลำทองเลิศ ลมบน                 

มีลูกศิษย์ (หมอลำ) กี่ท่าน

1.หมอลำแอดน้อย เพชรร้อยเอ็ด   2.หมอลำสุเมธ เพชรร้อยเอ็ด   3.หมอลำพลอย พัชรี  เพชรร้อยเอ็ด                  

กลวิธีในการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์

แม้ในปัจจุบันคุณแม่คำปุ่นจะรับลูกศิษย์เพียงไม่กี่คน (ประมาณ 3 คน) เนื่องจากกระบวนการสอนหมอลำในอดีตมีความละเอียดอ่อนและต้องใช้ความอดทนสูง แต่คุณแม่ได้เล่าถึง "เทคนิคและขั้นตอนการสอนหมอลำ" ไว้อย่างเป็นระบบ 

การเริ่มต้นรับศิษย์: เมื่อศิษย์มาขอเรียน จะต้องมีการนำขันห้ามาทำพิธีคารวะ ส่วนเรื่องค่ายกครูหรือค่าสมนาคุณนั้นแล้วแต่ศิษย์จะสมทบทุนตามความเหมาะสม

การต่อกลอนลำ: ครูจะจดกลอนลำให้ศิษย์ไปท่องจำ โดยแบ่งเป็นลำดับขั้นอย่างชัดเจน เช่น ยกที่ 1, ยกที่ 2, ยกที่ 3 เริ่มต้นจากกลอนไหว้ครู จากนั้นจึงเป็นกลอนลำตามทำนองต่าง ๆ

การเคี่ยวเข็ญและการซ้อม: ศิษย์จะต้องท่องจำกลอนลำให้ได้ จากนั้นต้องกลับมาลำให้ครูฟัง พร้อมทั้งต้องฝึก "ลำใส่แคน" เพื่อดูจังหวะและทำนอง โดยครูจะช่วยปรับปรุงและเคี่ยวเข็ญจนกว่าจะชำนาญ

การฝึกฝนจากประสบการณ์จริง: คุณแม่สนับสนุนให้ศิษย์เรียนรู้เปิดกว้าง โดยการพาลูกศิษย์ออกงานร่วมกับหมอลำเก่ง ๆ หรือไปศึกษาจุดเด่นของหมอลำท่านอื่นมาปรับใช้ ไม่จำกัดให้อยู่กับครูเพียงคนเดียว

ระยะเวลาในการฝึก: ความเร็วช้าขึ้นอยู่กับความตั้งใจและพรสวรรค์ของแต่ละคน บางคนที่ตั้งใจจริงใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเวทีได้ แต่บางคนอาจใช้เวลานานหลายปีหากติดขัดเรื่องน้ำเสียงหรือการจำทำนอง

การใช้กลอนลำที่เป็นเอกลักษณ์: คุณแม่คำปุ่นจะใช้กลอนลำดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากคุณแม่ของท่านเอง และจาก อาจารย์ทองย้อย พิรมศิลป์ (อาจารย์ท่านที่สอง) มาสอนศิษย์ โดยไม่ไปหยิบยืมกลอนของผู้อื่น เพื่อรักษาเอกลักษณ์และป้องกันปัญหาความขัดแย้งในวงการ

ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ

รางวัลชนะเลิศการประกวดหมอลำ ที่อำเภอกุดจับ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน

ประพันธ์กลอนลำ

ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)

ค้าขาย

เกษตรกร                 

ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ

 การเป็นหมอลำ แม่ครูได้ฝากข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่ให้ช่วยกัน อนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกาย ให้สวยงามเหมาะสม และขอให้หมอลำรุ่นใหม่มี ความรักสมัครสมานสามัคคีกัน ไม่พยาบาทอิจฉาก

สัมภาษณ์ ณ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

📸 อัลบั้มภาพศิลปิน