ภูมิหลัง
ย้อนเวลากลับไปตอนเด็กๆ ได้ ฉันคงไม่มีวันเชื่อเลยว่าตัวเองในวันนี้จะกลายมาเป็นหมอลำที่มีอาชีพเลี้ยงปากท้อง เลี้ยงลูกจนโตมาได้จนถึงทุกวันนี้...
เพราะตอนเด็กๆ ฉันไม่ชอบหมอลำกลอนเลยสักนิด ในสายตาเด็กยุคนั้นมันทั้งเชยทั้งล้าสมัย ถ้าเป็นหมอลำเพลินสนุกๆ มีหางเครื่อง มี "ต้นขาขาว" ให้ดูเพลินๆ เออ...แบบนั้นน่ะฉันชอบ แต่พ่อของฉันท่านเคยเป็นหมอลำหมู่หมอลำกลอนมาก่อน ใจของพ่อคืออยากให้ลูกเรียนหมอลำไว้เป็นวิชาติดตัว เพื่อสืบสานและอนุรักษ์มรดกที่พ่อรัก
พอพ่ออยากให้เรียน ฉันในฐานะลูกก็เลยลองดูสักตั้ง... พ่อประเดิมเป็นครูคนแรกของฉัน ท่านเขียนกลอนลำให้ สอนกลอนไหว้ครูให้ โดยมีแม่คอยเป็นลูกมือ คอยเปิดวิทยุแล้วนั่งแกะกลอนลำที่เขาออกอากาศมาให้ฉันท่องตาม ท่อนั้นท่อนนี้ จนเริ่มจำได้นิดๆ หน่อยๆ พอจบ ป.6 พ่อเห็นว่าฉันพอไปวัดไปวาได้แล้ว เลยพาไปฝากฝังกับเพื่อนสนิทของท่าน คือ อาจารย์สุนทร นกเค้าหลิ่ว ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นสมาคมหมอลำ
อยู่ที่อุดรฯ อาจารย์สุนทรท่านก็ช่วยต่อยอดวิชาให้ฉันขึ้นไปอีกขั้น สมัยก่อนไม่มีดนตรีสากลคลอเหมือนสมัยนี้หรอกนะ เรียนกันด้วยเสียงแคนล้วนๆ ท่องกลอนใส่เสียงแคนสดๆ ฉันอยู่ฝึกกับอาจารย์จนจำกลอนลำใหญ่ๆ ได้ถึง 3 บท เรียกว่าลำเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย จากนั้นก็ออกจากสมาคมกลับมาอยู่บ้าน ซ้อมเองบ้าง แวะเวียนกลับไปซ้อมกับอาจารย์สุนทรบ้าง
วันหนึ่งเส้นทางหมอลำก็พัดพาให้ฉันได้มาเจอครูคนที่สาม คือ คุณแม่เทวี ฉันได้ไปต่อยอดวิชาจากคุณแม่ ได้ความรู้เยอะมาก ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ปฏิภาณไหวพริบต่างๆ แล้วคุณแม่เทวีท่านก็เมตตา พาฉันออกเดินทางทำโครงการสอนหมอลำตามโรงเรียนต่างๆ ไปมาหมดทุกที่เลย ตอนนั้นแหละที่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป จากเด็กที่ไม่ชอบหมอลำ กลายเป็นความรู้สึกดีใจ ภูมิใจในตัวเอง และเริ่มหลงรักศิลปะแขนงนี้เข้าเต็มเป้า ขอแค่ใครชวนไปร้องไปลำที่ไหน งานในหมู่บ้าน งานวัด งานบุญ ฉันไปหมดทุกที่ เพราะใจมันรักไปแล้ว
วิชาที่พ่อแม่และครูบาอาจารย์สร้างฉันมานี้ มันกลายเป็นอาชีพหลักที่ทำให้ฉันมีรายได้ เลี้ยงลูก ส่งลูกเรียนจนจบเยาวรุ่น มีชีวิตที่ดีขึ้นมาได้ ฉันสำนึกในพระคุณของพ่อกับแม่เสมอ จากวันแรกที่ทำเพราะอยากทำตามความฝันให้พ่อ วันนี้มันคือความภูมิใจของฉันด้วยที่ได้สืบสานวัฒนธรรมบ้านเกิด
ระหว่างทางฉันไม่เคยหยุดเรียนรู้เลย เวลาเห็นครูบาอาจารย์เก่งๆ อย่างคุณแม่ปรีดา คุณแม่พัชรี ลำ ฉันจะคอยไปเกาะขอบเวทีดูเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ยิ่งเห็นอาจารย์พัชรีท่านลำเก่งจนเรานึกอิจฉาในใจ (ลำกินหัวกินหางเลยทีเดียว) หรือเวลาดูอาจารย์ประยูน อาจารย์บุญเสริม และคุณแม่เทวี ซึ่งเป็นหมอลำรุ่นเก่าๆ ฉันจะคอยสังเกตตลอด อันไหนที่เราร้องไม่ดี รำไม่สวย ก็เอามาปรับปรุง นำมาต่อยอดตัวเองให้มันคล้องจอง ให้มันสวยงามขึ้น บางครั้งท่านให้โอกาสขึ้นไปลำช่วย ยิ่งถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาซื้อไม่ได้
ทุกวันนี้...อายุฉันก็เริ่มเยอะขึ้นแล้ว มองไปในวงการเห็นหมอลำรุ่นใหม่ๆ รุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย เด็กบางคนเรียนนาฏศิลป์มาโดยตรง บางคนเรียนมหาวิทยาลัย มันเป็นสัจธรรมของชีวิตแหละเนอะ พอเราอายุมากขึ้น จะให้ไปกระตือรือร้น วิ่งรอกงานเหมือนสมัยสาวๆ มันก็ไม่ได้แล้ว งานเข้ามาเราก็ไป ไม่มีงานเราก็นอนพักผ่อนอยู่บ้าน คอยเฝ้าดูความสำเร็จของรุ่นหลังๆ
ใจจริง...ฉันก็อยากให้ลูกหลานที่บ้านสืบสานวิชานี้ต่อนะ แต่อยากให้เรียนแค่ไหนเขาก็ไม่เอาเลยสักคน (หัวเราะ) ทุกวันนี้มีแต่เรียนหนังสือกันหมด สรุปในบ้านก็เหลือแค่ตัวฉันคนเดียวนี่แหละที่เป็นหมอลำ
แต่มันไม่เป็นไรเลย ถึงลูกหลานในบ้านไม่เรียน แต่ถ้าเด็กๆ หรือใครก็ตามข้างนอกที่เขาอยากได้กลอนลำ อยากเรียนรู้ เดินเข้ามาหาฉัน ฉันพร้อมจะให้หมดเลย พร้อมสอน พร้อมเติมเต็มและต่อยอดให้คนรุ่นหลังต่อๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้มรดกวัฒนธรรมนี้มันเลือนหายไป
ที่มาฉายาหมอลำ
ฉายาหมอลำหรอ แต่ก่อนพ่อตั้งให้ สมจิตร หงษาเลย เอาชื่อจริงเพราะ นามสกุลหงษานี่เป็นนามสกุลจริง แต่ก่อนเขาก็ว่านามสกุลพ่อสมาน หงษา พ่อเราก็นามสกุลหงษา ก็เลยว่าเอาชื่อจริงเลย พอไปเรียนกับพ่อ สุนทรก็ยังใช้ชื่อเดิมอยู่ พอมาเรียนกับคุณแม่เทวีเลยว่าชื่อคล้ายผู้ชาย เลย เปลี่ยนเป็นเย็นจิต ก็ใช้นามสกุลเดิมแต่ฉายาเอาฟ้าฮ่วนเติมไปด้วย ตอนนี้ใช้ชื่อ เย็นจิต หงษา ฟ้าฮ่วน
ทำนองลำที่ถนัด
กลอนลำทำนองขอนแก่น จังหวะปานกลาง ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
เพราะฉันได้รับความรู้และต่อยอดวิชามาจาก คุณแม่เทวี เอกลักษณ์ในกลอนลำของฉันจึงไม่ใช่แค่การลำเกี้ยวพาราสีหรือลำตลกโปกฮาไปวันๆ แต่เนื้อหาจะมีความลึกซึ้ง มีความรู้เรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ และสภาพภูมิศาสตร์สอดแทรกอยู่เสมอ เป็นกลอนลำที่ฟังแล้วได้สติปัญญา คล้องจอง สละสลวย และคมคายตามแบบฉบับหมอลำรุ่นเก่า
ด้วยความที่ฉันถูกเคี่ยวกรำมาตั้งแต่สมัยเรียนกับ อาจารย์สุนทร นกเค้าหลิ่ว ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งยุคประเดิมนั้นยังไม่มีดนตรีสากลหรือเบสกลองมาช่วยกลบเสียง เอกลักษณ์ในการลำของฉันจึงเป็น การเอื้อนและทอดเสียงที่เข้ากับลายแคนสดได้อย่างกลมกลืน การใช้ลูกคอ จังหวะจะโคนในการหลบเสียง การเอื้อนสั้น-ยาว จะมีความชัดเจน ถ้อยคำคมชัด ฟังแล้วดึงอารมณ์คนฟังให้ดิ่งลึกไปกับเสียงแคนได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดนตรีชิ้นอื่น
เอกลักษณ์ที่ทำให้ฉันทำมาหากินและยืนระยะมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือ "ความยืดหยุ่นและการครูพักลักจำ" ฉันเป็นคนชอบสังเกตศิลปินชั้นครูแล้วนำมาประยุกต์เป็นของตัวเอง เห็นความลึกซึ้งและปฏิภาณไหวพริบจาก คุณแม่ปรีดา, อาจารย์ประยูร, อาจารย์บุญเสริม ก็เอามาปรับวิธีคิดในการลำ เห็นการลำที่เฉียบขาด สะกดคนดูอยู่หมัดแบบ "ลำกินหัวกินหาง" ของ อาจารย์พัชรี ก็เอามาปรับพลังในการแสดงและท่ารำให้ดูสวยงามสะดุดตาขึ้น
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1.หมอลำสมบัติ ฟ้าสนั่น 2.หมอลภักดี นามอาษา 3.หมอลำลำเตย มีธรรม 4.หมอลำสมพงษ์ มาพร 5.หมอลำสมบัติ ฟ้าสนั่น 6.หมอลำสัญญา บัวผัน 7.หมอลำทองพูล หนวดเหล็ก 8.หมอลำณัฐพลน้อย พรมยาลี 9.หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี 10.หมอลำสุทธิรักษ์ สุขเกษม
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
แต่ก่อนมีคนอยากมาเรียนล านะ แต่เราเป็นเด็กอยู่ เราไม่อยากให้เขามองว่า เป็นเด็กสอนเขา เรายังไม่กล้ารับหรอกเรากลัวว่าเราจะสอนเขาไม่ดี เวลาเขา จะมาเรียนลำ เราก็ถ่ายทอดไปให้แม่เทวี บางทีลูกศิษย์ก็รวมกับคุณแม่ บางที เราไม่มีเวลา ให้คุณแม่ เพราะว่าคุณแม่เทวีเป็นอาจารย์ และถ้าลูกศิษย์มา ขอกลอนล าเพิ่มเติมก็ทีนิดหน่อยค่ะ
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
เน้นการสืบทอดกลอนลำจากครูบาอาจารย์รุ่นเก่า และสอนระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้องในการแสดง เช่น การก้าวขาขึ้นเวที ท่าทางการเหยียดมือในระดับที่เหมาะสม การใช้สายตาเพื่อดึงดูดผู้ชม และการเลือกใช้กลอนลำให้เหมาะกับหน้างาน
การถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
2. โรงเรียนเทศบาล 6 นครอุดรธานี
3. โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์
4. หน่วยงาน อบต. และวัฒนธรรมจังหวัด และอีกหลายๆที่ในจังหวัดอุดรธานี
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
1. รางวัลชนะเลิศ การประกวดที่งานทุ่งศรีเมือง ในหัวข้อกลอนลำเกี่ยวกับ กฎจราจรและการใช้รถใช้ถนน โดยลำคู่กับ คุณสมบัติ ฟ้าสนั่น
2. รางวัลโล่ดาว จากการประกวดที่สถานีขอนแก่น เกี่ยวกับการสื่อสาร
3. รางวัลชนะเลิศที่บ้านเชียง
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
วิทยากร
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
เป็นวิทยากรและครูสอนหมอลำให้กับสถาบันต่างๆ
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ
อยากให้เด็กรุ่นใหม่หันหน้าเข้ามาสืบสาน รักษาศิลปวัฒนธรรม เพราะเป็น การอนุรักษ์ที่ดี อยากให้ลูกหลานรู้คุณค่าของวัฒนธรรม การแสดงหมอล า ช่วยเตือนสติเราในหลาย ๆ อย่าง อยากให้มาเรียนร้องเรียนล า เพราะทุกวันนี ้ สิ่งแวดล้อมไม่ดี ติดยาบ้าง เกเรบ้าง อยากดึงลูกหลานให้มาทางนี้ดีกว่า นอกจากเล่นกีฬาแล้วก็อยากให้มาลำ สร้างความบันเทิง เมื่อเสพการแสดง ศิลปวัฒนธรรมมาต่อยอด ช่วยสร้างรายได้ได้ ลูกหลานบางคนไปเรียนไม่มี ตังค์เรียน ขาดทุนเรียนทุนทรัพย์ไม่เพียงพอมันก็จะช่วยต่อยอดให้เราได้ เรียนจบเป็นครูบาอาจารย์ จบปริญญา มีวิชาท ามาหากินด้วย วัฒนธรรมนี้ ช่วยกันรักษาอนุรักษ์วัฒนธรรมเราจะได้ไม่จางหายไปจากเรา
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2569