นายพงศกร แสนปากดี
ศิลปินมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

หมอลำนก พงศกร

← กลับสู่หน้าหมอลำอุดรฯ

ภูมิหลัง

เริ่มเข้าสู่วงการหมอลำตั้งแต่อายุประมาณ 14 ปี โดยเริ่มจากการฝึกฝนพื้นฐานการร้องกลอนลำกับหมอลำในชุมชน และเรียนรู้จากครูหมอลำท้องถิ่น ก่อนจะได้ออกงานแสดงเล็ก ๆ ร่วมกับคณะหมอลำซิ่งและวงอิเล็กโทนในพื้นที่ เพื่อสะสมประสบการณ์บนเวทีจริง ต่อมาได้มีโอกาสเข้าสังกัดคณะหมอลำเพชรอีสานของหนุ่มธงชัย โดยเริ่มจากการเป็นแดนเซอร์และฝึกซ้อมการแสดงควบคู่ไปกับการเรียนรู้การร้องลำ จนคณะเห็นความสามารถด้านเสียง จึงได้ให้ทดลองร้องและพัฒนาทักษะเพิ่มเติม จนก้าวขึ้นเป็นพระเอกหมอลำในช่วงอายุประมาณ 15 ปี หลังจากนั้นได้ย้ายไปสั่งสมประสบการณ์กับคณะหมอลำศิลปินภูไท ซึ่งได้ฝึกการลำในทำนองกาฬสินธุ์และรูปแบบการแสดงที่หลากหลาย แม้ในช่วงแรกจะยังไม่มั่นใจในตนเองและเริ่มต้นจากการเป็นแดนเซอร์ แต่ก็ได้โอกาสขึ้นแสดงจริงเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนตัวนักแสดง ทำให้ได้ฝึกการร้องและการแสดงบนเวทีอย่างจริงจัง ต่อมาได้เข้าร่วมคณะระเบียบวาทะศิลป์ภายใต้การดูแลของครูเอ๊ะ ภักดี พลล้ำ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่ได้พัฒนาฝีมืออย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการร้อง การลำ การแสดง และการใช้เวที โดยมีการฝึกจากการดู VCD การเรียนรู้บทบาทตัวละคร และการปรับสไตล์การลำให้เหมาะสมกับบทบาทพระเอก–ตัวโกง รวมถึงการฝึกวินัยการทำงานร่วมกับคณะใหญ่ ประสบการณ์จากหลายคณะทำให้เขามีความชำนาญทั้งด้านการร้อง การแสดง และการทำงานบนเวทีหมอลำอย่างมืออาชีพ ก่อนจะต่อยอดสู่การเป็นหัวหน้าวงและศิลปินเต็มตัวในเวลาต่อมา                                                                                                

ที่มาฉายาหมอลำ

ชื่อ “นก พงศกร” มาจากชื่อเล่นและชื่อจริงของตนเอง โดยมีศิลปินรุ่นพี่อย่าง ต่าย อรทัย และไผ่พงศธร เป็นต้นแบบ ส่วนชื่อ “เสียงวิหค” มาจากคำแนะนำของแม่นาง ศิริพร อำไพพงษ์ และพ่อเอกชัย ศรีวิชัย เนื่องจากมองว่าชื่อเดิม “นามวิหค” เป็นเพียงนามสมมติ แต่ชื่อ “เสียงวิหค” จะดูขลังและสื่อถึงเสียงของนกได้ชัดเจนกว่า                                                                                                               

ทำนองลำที่ถนัด

ทำนองขอนแก่น                                                                                                             

อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง

พงศกร แสนปากดี เป็นหมอลำที่มีเอกลักษณ์แบบ “หมอลำยุคใหม่แต่ยังรักษาความเป็นอีสานเดิม” ใช้ภาษาอีสานเข้าใจง่าย ลำกลอนได้ดี และถ่ายทอดอารมณ์ได้ชัด ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงได้ เขาเด่นเรื่องการแสดงบนเวทีเหมือนละคร สามารถเล่นได้หลายบทบาท ทั้งพระเอก ตัวโกง หรือบทเศร้า ทำให้โชว์มีชีวิตชีวาและไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังพัฒนารูปแบบการแสดงให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น แสง สี เสียง และการจัดโชว์แบบเต็มรูปแบบ นอกจากเป็นศิลปิน เขายังเป็นคนทำวงและสอนรุ่นน้องในวง ถ่ายทอดทั้งการร้อง การลำ และการแสดง ทำให้ทีมในวงมีมาตรฐานและเป็นเอกภาพมากขึ้น                                         

ผลงานการบันทึกเทป ซีดี

1. ผลงานเพลงแรก ชื่อเพลง ผัวคนสุดท้าย   2. เพลงงุมหอย    3. เพลงคนงาม   4. เพลงออนเดอะน็อค   5. เพลงผัวพาร์ทไทม์   6. เพลงเต้ยฟ่งโด่ง   7. ภาพยนตร์ เรื่อง อีหล่าเอ๋ย    8. ภาพยนตร์ เรื่อง ศรี เมือง ใหม่   9. ซี่รี่ย์ เรื่อง พ่อจ๋า the series   10. ซีรี่ย์ เรื่อง น้ำตาโสเภณี                       

การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ

ประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษ                                                                                       

เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ 

1. หมอลำบอย    2. หนุ่ม ธงชัย (วงเพชรอีสาน)   3. พ่อวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ (วงศิลปินภูไท)    4. แอน อรดี   5. พ่อเอ๊ะ ภักดี ผลล้ำ (วงระเบียบวาทะศิลป์)                                               

รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ

1. รางวัล  Molam Fever Award 2023 (Fever Award ชาย)                

 2. รางวัล คู่จิ้น Fever Award                                             

3. รางวัล กินรี                                                    

ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน

1. กำกับการแสดง                                                                                                            

 2. เขียนบทละคร                                                                                                 

ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)

1. ผู้กำกับ                                                                                                                       

2. นักเขียนบท                                                                                                    

ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ

อยากให้มีใจรักและศรัทธาในศิลปะหมอลำอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่มาเล่นๆ ต้องมีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพและคนดู ไม่ลืมครูบาอาจารย์และรากเหง้าของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ยืนหยัดอยู่ในวงการได้อย่างยาวนาน   

สัมภาษณ์ ณ วันที่  25 เมษายน พ.ศ.2569

📸 อัลบั้มภาพศิลปิน