ภูมิหลัง
ชีวิตในวัยเยาว์เริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี เมื่อท่านได้รับโอกาสให้ฝึกฝนและร่วมแสดงกับคณะหมอลำหมู่ “ส. สงวนศิลป์” ของพี่สาว แม้จะเริ่มต้นจากการรับบทตัวโกง แต่ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นทำให้ท่านก้าวขึ้นเป็นนางเอกของคณะได้เมื่ออายุ 15 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2507 เมื่อท่านได้หันมาศึกษาการ “ลำกลอน” อย่างจริงจังกับ พ่อครูเคน ดาเหลา ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งท่านให้ความเคารพเป็นครูบาอาจารย์ผู้มีส่วนสำคัญในการขัดเกลาฝีมือ
ผลงานของท่านมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับวิถีชีวิตและสังคม โดยเฉพาะชุดที่สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมากคือ “คุยเรื่องเรื่องซาอุ” ซึ่งถอดถอนประสบการณ์จากช่วงเวลาที่สามี (อาจารย์ทองเจริญ ดาเหลา) เดินทางไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเมื่อปี พ.ศ.2523 นอกจากนี้ยังมีผลงานที่สะท้อนประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น ชุด “ประวัติเวียงจันทน์” และ “สะพานทอง” ที่เน้นเรื่องราวของสะพานมิตรภาพไทย - ลาว
ในระดับเกียรติยศสูงสุด ท่านได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่แต่งกลอนและร่วมแสดงในวาระสำคัญของชาติ เช่น งานสมโภชพระชนมพรรษา 6 รอบ พ.ศ.2542 และได้รับเกียรติให้เป็นผู้แสดงลำเดี่ยวและผู้เขียนกลอนเปิดงาน "มรดกโลกบ้านเชียง" ในจังหวัดอุดรธานี
ท่ามกลางความลำบากของการแสดงในอดีตที่ต้องเดินทางผ่านถนนดินทรายและพึ่งพาเครื่องปั่นไฟเพื่อการแสดง ท่านและสามีสามารถใช้รายได้จากการอัดเทปสร้างฐานะจนมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองในจังหวัดอุบลราชธานี บ้านของท่านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เปรียบเสมือนโรงเรียนที่เปิดรับลูกศิษย์มาฝึกฝนหมอลำอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกศิษย์หลายรุ่นที่ท่านภูมิใจ เช่น สังวาลย์, อุษา, จุรีรัตน์, ยอดชาย
ที่มาฉายาหมอลำ
ท่านไม่นิยมใช้ฉายา แต่ใช้ชื่อจริงนามสกุลจริงเพื่อให้คนจดจำรากเหง้าของตนเอง
ทำนองลำที่ถนัด
ทำนองอุบลฯ
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
อัตลักษณ์ของหมอลำบุญช่วง เด่นดวง คือการเป็นศิลปินที่มีน้ำเสียงกังวานใสแต่ทรงพลัง สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการลำล่องได้อย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการออกอักขระภาษาอีสานที่ชัดเจนแม่นยำ และเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์การลำทางยาวและทางสั้นตามขนบดั้งเดิมให้คงความงดงามมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ด้านการฟ้อน ท่านมีลีลาที่อ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับดั้งเดิม ซึ่งท่วงท่าจะสอดประสานไปกับจังหวะแคนและเนื้อหาของกลอนลำอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
1. ชุดลำกลอน คุยเขื่องเรื่องซาอุ พ.ศ. 2523 2. ชุดประวัติเวียงจันทร์ พ.ศ.2524 3. ชุดประวัติพระธาตุพนม พ.ศ.2524-2526 4. ชุดคนกินกันระดับชาติ พ.ศ.2524-2526 5. ชุดโขงชีมูล พ.ศ.2528 6. ชุดสะพานทอง 7. ชุดห้ามเอาเมียสอง 8. ชุดล่องโขงลงสู่พนมเปญ
ด้านการเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
1. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
2. ราชอาณาจักรกัมพูชา
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. หมอลำเคน ดาเหลา 2. หมอลำทองเจริญ ดาเหลา 3. หมอลำสุนทร ชัยรุ่งเรือง 4. หมอลำเสงี่ยม สุขสำราญ 5. หมอลำทองชัย ธิมาทา 6. หมอลำบุญเสริม เพ็ญศรี 7. หมอลำเจริญ ดารักษ์ 8. หมอลำทองชัย ธิมาทา 9. หมอลำทองมาก จันทะลือ 10. หมอลำสำนวน ชัยชนะ 11. หมอลำทองชัย ธิมาทา 12. หมอลำจำเริญ อินทรนงค์
มีลูกศิษย์ (หมอลำ)
1. หมอลำสังวาลย์ ไชยเลิศ 2. หมอลำบุษบา 3. หมอลำยอดชาย 4. หมอลำอรัญญา 5. หมอลำสมนึก 6. หมอลำไอลัดดา 7. หมอลำพิศวาส 8. หมอลำบันดล 9. หมอลำวันดี 10. หมอลำอุษา ลมหวน 11. หมอลำจุรีรัตน์ งามเวที 12. หมอลำนันทนา 13. หมอลำอุไร
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคนิควิธีการสอน/ฝึกฝนลูกศิษย์
สอนแบบ "ตัวต่อตัว ปากต่อปาก" หรือมุขปาฐะ เพื่อให้ลูกศิษย์ซึมซับสำเนียงและท่วงทำนองที่ถูกต้องตามขนบเดิมไม่ให้ผิดเพี้ยน กระบวนการสอนของท่านจะเริ่มตั้งแต่การบรรยาย การอธิบาย และการสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง ก่อนจะให้ลูกศิษย์ได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง เนื่องจากการจดจำกลอนลำที่ยาวประมาณ 15 นาทีเป็นเรื่องยาก แม่ครูจึงเน้นให้ลูกศิษย์ใช้เครื่องบันทึกเสียงเพื่อนำกลับไปฝึกซ้อมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะจดจำได้ขึ้นใจ นอกจากทักษะการลำแล้ว ท่านยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ "จรรยาบรรณหมอลำ" โดยจะพร่ำสอนเรื่องความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ต่อเจ้าภาพ และการรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนเคารพผู้อาวุโสเป็นอันดับแรก ในด้านการฟ้อน ท่านได้ถ่ายทอดท่ารำแม่บทอีสาน 32 ท่า โดยเน้นความสง่างามของบุคลิกภาพ เช่น การยืนยืดไหล่ และการใช้สายตาให้สอดประสานกับท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติ เทคนิคที่ถือเป็นหัวใจสำคัญคือ การพาลูกศิษย์ขึ้นเวทีเพื่อฝึกประสบการณ์ในสนามจริง เพื่อให้พวกเขารู้จักวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและสร้างปฏิภาณไหวพริบในการแสดงในสถานการณ์จริง นอกจากนี้ยังฝึกให้ลูกศิษย์หัดแต่งกลอนลำจากเรื่องใกล้ตัวง่ายๆ ก่อน เพื่อให้เข้าใจฉันทลักษณ์และการเลือกใช้ถ้อยคำที่สละสลวย ปัจจุบันแม่ครูยังคงมุ่งมั่นสืบสานศิลปะนี้ทั้งที่บ้านพักและในฐานะอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัย เพื่อหวังให้ศิลปะหมอลำคงอยู่คู่คนอีสานต่อไปอย่างสง่างาม
ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 4. ศูนย์การเรียนรู้ครูภูมิปัญญา 5. โรงเรียนบ้านหนองแก
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
1. โล่ศิลปินดีเด่นภาคอีสาน ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2. โล่รางวัลเชิดชูเกียรติศิลปินพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยขอนแก่น
3. รางวัลเพชรสยาม สาขานาฎการพื้นบ้านประจำปี 2549 จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันเกษม
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
ประพันธ์กลอน
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
อาจารย์พิเศษ วิทยากรถ่ายทอดความรู้
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ
อยากให้ลูกหลานสนใจวัฒนธรรมอีสานทั้งการแต่งกายและกิริยามารยาท เพราะวัฒนธรรมคือสิ่งที่สร้างความสว่างไสวและความยินดีให้กับสังคม และย้ำว่าการจะเป็นหมอลำที่เก่งต้องมีความรู้จริงและมีความมุ่งมั่น
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 24 เมษายนพ.ศ.2569