ภูมิหลัง
ความจริงตอนเด็กๆ พ่อไม่ได้อยากเป็นหมอลำหรอก พ่อเขิน พ่ออาย อยากเป็นตำรวจมากกว่า แต่ก็นั่นแหละ วาสนาไม่มี บ้านเรามันจนด้วย คุณปู่เลยบอกว่า "ลองเรียนลำดูนะลูก" พอดีมีคนมาเรียนลำอยู่ใกล้ๆ บ้าน เขาท่องกลอนลำกัน พ่อก็เลยลองท่องตามดู ตอนนั้นอายุสัก 12-13 ปีได้ เรียนไปเรียนมาจำได้ 13 กลอน เขาก็เริ่มเรียกไปช่วยงานทำบุญบ้าน ไปที่นั่นที่นี่ ลำอยู่กลอนเดิมนั่นแหละ ลำแล้วลำอีก จนคนเขาเรียกกันติดปากว่า “หมอลำน้อย”
ไปลำสมัยนั้นได้เงินครั้งละห้าบาทสิบบาท สมัยก่อนมันมีแบงก์ห้าบาทน่ะ บางทีก็ได้ครั้งละสลึง ครั้งละห้าสิบสตางค์ ได้มานี่ดีใจมาก วิ่งหน้าตั้งกลับบ้านจนตกน้ำตกโคลนตรงทางเข้าบ้านคำกลิ้งก็มี แต่งานมันก็ไม่ได้สบายนะ สมัยก่อนทางมันเป็นลูกรัง เป็นดินทราย เดินทางลำบาก แต่ใจมันฟูเพราะคนเรียกใช้งานตลอด
รู้ไหม... แต่ก่อนพ่อไม่ได้ชื่อ “สังวาลย์” นะ ในโรงเรียนชื่อประจวบ พอมาเรียนลำเปลี่ยนชื่อเป็นสังเวียน แต่มันไม่คล้องจอง คุณปู่เลยเปลี่ยนให้เป็น “สังวาลย์” แล้วยุคที่พ่อเป็นวัยรุ่น พ่อไว้ผมยาวฉลวย สมัยนั้นแฟชั่นฮิปปี้กำลังดัง คนเลยเรียก “หมอลำสังวาลย์น้อยฮิปปี้” อีกฉายาหนึ่งที่คนจำได้ดีคือ “หมอลำม้ากระทืบโลง” เพราะเวลาขึ้นเวที พ่อจะชอบกระทืบเวทีตามจังหวะ ถ้าเจอเวทีไม้โค้งๆ หน่อยก็ดีไป ถ้าเจอไม้เรียบๆ นี่เจ็บเท้าชะมัด แต่ถ้าไม่กระทืบ แฟนๆ เขาก็ไม่ยอมนะ (หัวเราะ)
ต่อมา อาจารย์ทองอินทร์ มันทรา ท่านมาเห็นแวว ท่านมาแต่งกลอนลำให้ แล้วบอกว่า "เอาอย่างงี้เถอะ เอาชื่อ หมอลำสังวานน้อย ดาวเหนือ มันถึงจะเด่น" พ่อเลยใช้ชื่อนี้มาตลอด แต่ครูคนแรกจริงๆ ก็คือพ่อของพ่อเอง ท่านเคยเป็นหมอลำเก่าแต่ติดทหารเลยต้องหยุดไป พอครอบครัวมันทุกข์มันยาก ท่านเลยอยากให้ลูกสืบทอดแทน เรียนมาด้วยกันในรุ่นตั้ง 9 คน เหลือพ่อคนเดียวนี่แหละที่ยังยืนหยัดเป็นหมอลำอยู่จนถึงทุกวันนี้
ช่วงอายุ 17-18 ปี พ่อเคยไปเป็นพระเอกหมอลำหมู่ ยุคนั้นลำบากมาก นั่งรถสองแถว รถหกล้อไปนอนกลางทุ่งกลางท่า ไปลำอยู่สามสี่ห้าคืน ได้เงินมา 200-300 บาท มันไม่คุ้มค่าเหนื่อยท่องกลอนเลย แถมหัวหน้าวงยังมาเกลียดพ่ออีก เพราะนางเอกในวงเขามาชอบพ่อ พ่อเลยโดนไล่ออก (หัวเราะ) ตอนนั้นท้อมาก ทำยังไงก็ไม่ดัง จนขนาดจะแอบเอาทะเบียนบ้านไปสมัครไปรบที่เมืองลาวโดยไม่บอกพ่อแม่ แต่ท่านมาเห็นเข้าเลยห้ามไว้
พออายุ 21-22 ปี พ่อเลยไปบวช กะว่าจะอยู่สักพรรษาแต่อยู่ได้เกือบเดือนก็สึก เพราะใจมันยังอยากลำ หลวงปู่ท่านรักท่านเอ็นดูไม่อยากให้สึก แต่พ่อบอกว่า "ผมอยู่ไม่ได้หรอกหลวงปู่ กลัวบาป" สึกออกมาก็รับงานลำคู่กับหมอลำผู้หญิง คราวนี้ไปเจอสาวหมอลำคนหนึ่ง... ก็คุณแม่ที่บ้านนี่แหละ ตอนแรกก็ลำใส่กันไปมา พ่อเป็นคนไม่ค่อยพูด เขานั่งอยู่พ่อก็มองหน้าเขา เขาก็หันหนี พอพ่อเผลอเขาก็มองสบตากัน สุดท้ายก็ชอบกันเพราะพ่อชอบคนสวย (หัวเราะ) งานที่แพงที่สุดที่เคยลำด้วยกันสมัยนั้นได้ 1,800 บาท ถือว่าเยอะมาก แล้วก็แต่งงานมีลูกกัน
แต่พอมีลูก แฟนพ่อขึ้นลำแล้วไม่มีแรง ล้มพับอยู่บนเวทีเพราะเพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ แกอายมาก... หลังจากวันนั้นแกเลยเลิกลำเด็ดขาด ไม่ร้องไม่ลำ แม้แต่กล่อมลูกก็ไม่เอาอีกเลย “หมอลำแพงศรี สง่าทรัพย์” ปิดฉากตรงนั้น
เส้นทางหมอลำกลอนสมัยก่อนมันโหดนะลูก ถ้าเราไม่มีความรู้จริง โดนเขาต้อนจนจนมุมบนเวทีแน่ พ่อเคยไปลำใส่กับรุ่นใหญ่ๆ อย่างหมอลำกฤษณา หมอลำบัวผัน ตอนอายุ 20 กว่าๆ บางครั้งสู้เขาไม่ได้ เหงื่อแตกซิกเม็ดเท่าข้าวโพด ใจอยากจะหนีลงเวทีแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะลูกรออยู่บ้าน สมัยก่อนคนดูปากร้ายนะ ลำไม่ได้เขาตะโกนด่าเลยนะ "เอาเชือกดึงคอมันลงมา มึงลำไม่ได้มึงตายเถอะ" พ่อถึงไม่อยากให้ลูกสาวเรียนลำเพราะมันเจอคำพูดแรงๆ แบบนี้แหละ
จุดเปลี่ยนชีวิตจริงๆ คือตอนที่หมอลำบุญแต่ง เคียนทองดี กับหมอลำศรีพร ชวนพ่อไปอัดแผ่นเสียงกับ “ราชบุตรสตูดิโอ” พ่อไม่เคยเข้าห้องอัด ตื่นเต้นจนหายใจไม่ออก ตัวสั่นไปหมด เพราะลำไปแล้วมันเอาคืนไม่ได้ ขนาดเจ้าของห้องอัดที่เป็นคนจีนยังด่าเลยว่า "ลำแบบนี้ใช้ไม่ได้" แต่สุดท้ายก็อัดมาได้ 3 ม้วน ไปด้วยกันกับหมอลำพัชรี แก้วเสด็จ และหมอลำแสงทอง ตอนนั้นเขาให้ค่าตัวมาแสนห้าหรือสองแสน พ่อไม่เคยเห็นเงินแสนเลยในชีวิต ดีใจจนพูดไม่ถูก
พอเทปวางแผง พ่อเดินทางไปลำบ้านไหน ก็ได้ยินเสียงกลอนลำตัวเองเปิดคลอมาตามบ้าน ยิ่งฟังยิ่งใช่... นี่มันเสียงพ่อกับแม่พัชรีนี่หว่า! ตอนนั้น พ.ศ. 2535-2536 เทปดังระเบิดระเบ้อ ขายม้วนละ 50 บาท แค่เดินขายเทปหน้าเวทีเฉยๆ ก็ได้คืนละ 7,000-8,000 บาทแล้ว งานจ้างนี่แน่นจนไม่มีวันว่าง ที่พ่อมีกินมีใช้มี ทุกวันนี้ได้ ก็เพราะเทปม้วนนั้นและราชบุตรสตูดิโอ พ่อไม่เคยลืมบุญคุณเลย
พอมายุคหมอลำซิ่งเฟื่องฟู หมอลำรุ่นเก่าร้องกันไม่เป็น ร้องเพลงสากลเร็วๆ ไม่ทัน ตีกลองชุดมันส์ๆ วัยรุ่นก็ตีกัน พ่อกับแม่พัชรีก็ปรับตัว ร้องเพลงเก่าๆ รุ่นสุรพล รุ่นไวพจน์ ผสมไปกับกลอนลำ คลอด้วยกลองทอม พิณ แคน คนก็เลยยังชอบ ฟังง่าย สบายหู จนกลายเป็นเอกลักษณ์ค่าย “ดาวเหนือ” ที่พ่อสร้างขึ้นมา ตอนนี้มีลูกศิษย์ลูกหาเกือบร้อยคนแล้วนะ ที่ดังๆ ตอนนี้ก็เช่น โชคชัย ดาวเหนือ, อภินันท์ ดาวเหนือ, วรเชษฐ์, ราชันย์ ฤาชัย, วีรยุทธ... ใครมาเรียนพ่อจดชื่อใส่สมุดไว้หมด การเป็นหมอลำมันต้องมีจังหวะจะโคน มีท่าช้าง ท่าเสือ ท่าลิง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ทุกวันนี้อายุเยอะแล้ว บางคนก็แซวว่า "พ่อสังวานต้องคลานขึ้นเวทีแล้วมั้ง" พ่อก็บอกจะคลานได้ยังไง ยังลำไหวอยู่เลย! ขึ้นเวทีไปคนยังขอจับมือ ขอหอมแก้มเหมือนตอนหนุ่มๆ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็รับงานโชว์อยู่ห่างๆ บ้าง งานจ้างเป็นครั้งๆ ไป ถ้าไปกับแม่พัชรี ไม่ต้องใช้กลองชุดใหญ่ ค่าตัวก็อยู่ประมาณสี่ห้าหมื่น ถึงเจ็ดแปดหมื่นบาท...
“นี่แหละลูกเชีวิตพ่อ... กว่าจะเป็น "สังวานน้อย ดาวเหนือ" ในวันนี้ มันผ่านอะไรมาเยอะจริงๆ”
ที่มาฉายาหมอลำ
เดิมพ่อตั้งชื่อให้ว่า “สังวาล” ต่อมาอาจารย์ทองอิน มัณฑรา เป็นผู้ตั้งฉายาต่อท้ายให้เป็น “สังวาลน้อย ดาวเหนือ” เพื่อให้เป็นชื่อที่โดดเด่นในวงการ
ทำนองลำที่ถนัด
ทำนองขอนแก่น
อัตลักษณ์ความเป็นหมอลำของตนเอง
อัตลักษณ์ของ หมอลำสังวานน้อย ดาวเหนือ คือหมอลำสายดั้งเดิมที่โตมาจากชีวิตชาวบ้าน เรียนรู้จากพ่อและเวทีจริงมากกว่าตำรา จุดเด่นคือการ “ลำด้วยกลอน” ให้ความสำคัญกับเนื้อหา การโต้ตอบ และการสื่อสารกับคนดู ไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้นอย่างเดียว ต้องคิดกลอนสดและปรับตามสถานการณ์บนเวทีได้
ผลงานการบันทึกเทป ซีดี
บันทึกเทปร่วมกับหมอลำพัชรี แก้วเสด็จ และหมอลำแสงทอง
การเผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหมอลำในต่างประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เคยแสดงร่วมกับหมอลำ หรือคณะหมอลำ
1. หมอลำพัชรี แก้วเสด็จ 2. หมอลำแสงทอง ดาวเหนือ 3. หมอลำบัวผัน 4. หมอลำกฤษณา 5. หมอลำสุวรรณ 6. หมอลำบุญแต่ง เคนธงดี 7. หมอลำศรีพร 8.หมอลำสุกัญญา ยอดนภา 9.หมอลำนัตญา สายลมเย็น 10.หมอลำอรวรรณ รุ่งเรือง 11.หมอลำมยุรี ดาวกระจาย 12.หมอลำศิริพร ดาวดวงใหม่ 13.หมอลำอัมรา ต้นทอง 14.หมอลำกาญจนา ลมบน 15.หมอลำสุนิศา เสียงเรไร 16.หมอลำบังอร เพชรหนองบัว 17.หมอลำลาวัลย์ ดาวเหนือ 18.หมอลำบัวผัน ดาวคะนอง 19.หมอลำทองแปน พันบุบผา 20.หมอลำอรวรณ รุ่งเรือง 20.หมอลำพวงเพชร กาละพันธ์ 21.หมอลำกาญจนา บุญแสน 22.หมอลำกฤษณา บุญแสน
มีลูกศิษย์ (หมอลำ) กี่ท่าน
1. หมอลำโชคชัยน้อย ดาวเหนือ 2. หมอลำอภินันท์ ดาวเหนือ 3. หมอลำราชัน ดาวเหนือ4. หมอลำวีระยุทธ ดาวเหนือ 6.หมอลำสหภพน้อย ดาวเหนือ 7.หมอลำสมพงษ์น้อย ดาวหนือ8.หมอลำสุรศักดิ์น้อย ดาวเหนือ 9.หมอลำทินกรน้อย ดาวเหนือ 10.หมอลำวีระชัยน้อย ดาวเหนือ 11.หมอลำราชันย์น้อย ดาวเหนือ 12.หมอลำปังปอนด์น้อย ดาวเหนือ 13.หมอลำวรเชษ ฐ์ ดาวเหนือ
เน้นให้ลูกศิษย์ ท่องกลอนลำให้แม่นและมีกลอนติดตัวไว้เยอะๆ สอนจังหวะการลำให้มีเสียงสูงต่ำเหมือนคลื่นทะเล และสอนการฟ้อนให้สอดคล้องกับบทลำ
การถ่ายทอดองค์ความรู้ โรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หน่วยงาน
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏ
2. หน่วยงานใน อ.พิบูลรักษ์
รางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับ
รางวัลศิลปินมรดกอีสาน
ความสามารถด้านอื่นนอกจาก การลำ การฟ้อน
บริหารสำนักงานหมอลำ
ปัจจุบันประกอบอาชีพ (นอกจากอาชีพหมอลำ)
เจ้าของสำนักงานหมอลำ (สังวาลย์ โปรโมชั่น)
ฝากถึงเยาวชนที่อยากเรียนหมอลำ หรือให้ช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหมอลำ
สนับสนุนให้อนุรักษ์หมอลำ อย่าเน้นแต่ความสนุกหรือการเต้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรหัด “กลอนลำ” เพื่อรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ให้คนรุ่นเก่าได้ฟังด้วย
สัมภาษณ์ ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2569